⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 885/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างจะสมบูรณ์เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในสาระสำคัญของสัญญา เช่น แบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้าง และวันเริ่มต้นการก่อสร้างกันอย่างครบถ้วนแล้ว หากยังไม่ได้ตกลงในสาระสำคัญดังกล่าว สัญญาย่อมยังไม่เกิด

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างมีข้อความระบุว่า ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงทำการก่อสร้างอาคารตามแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างที่แนบกับสัญญาและแต่ละฝ่ายถือสัญญาไว้คนละฉบับพร้อมด้วยแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างอันได้ลงนามกำกับไว้ทุกแผ่น แบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างจึงเป็นสารสำคัญของสัญญาซึ่งจะต้องตกลงกันในขณะที่ทำสัญญา ดังนั้นแม้ว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 จะได้ลงนามในสัญญาเป็นผู้รับจ้างในนามของจำเลยที่ 1 แต่เมื่อโจทก์ไม่ส่งแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างไปให้จำเลยลงนามกำกับทุกแผ่นดังระบุไว้ในสัญญา ก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยยังไม่ตกลงกันได้ในเรื่องแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างอันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาทั้งยังปรากฏว่าข้อกำหนดในเรื่องวันทำการและเริ่มต้นวันทำการก่อสร้างอันเป็นสารสำคัญส่วนหนึ่งของสัญญาก็ยังตกลงกันไม่เป็นที่เรียบร้อยและถูกต้อง กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 ถือว่าโจทก์จำเลยยังไม่ได้มีสัญญาต่อกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการและเป็นตัวแทนของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ลงนามในสัญญารับทำการก่อสร้างอาคารให้กับโจทก์ หากทำงานไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดหรือผิดสัญญา ให้โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและจ้างผู้อื่นทำการก่อสร้างแทนโดยจำเลยเป็นผู้รับผิดชดใช้ราคาส่วนที่เกิน เมื่อครบกำหนดปรากฏว่าจำเลยก่อสร้างไปได้เพียงเล็กน้อย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและจ้างให้ผู้อื่นทำแทน ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นอีก 2,920,000 บาท จึงขอให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมใดแทนจำเลยที่ 1 ตามลำพัง สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่ผูกพันจำเลยที่ 1 โจทก์กรอกและแก้ไขข้อความในสัญญาเองโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม การก่อสร้างตามฟ้องนั้นยังมิได้มีการตกลงกันแน่นอน เพียงแต่โจทก์ตกลงในหลักการให้จำเลยที่ 1 ทำงานเบื้องต้นบางส่วนไปพลางก่อน โดยจะต้องตกลงในการทำแบบแปลนรายละเอียดในการก่อสร้างให้เป็นที่เรียบร้อยอีกครั้ง โจทก์จำเลยตกลงกันในรูปแบบแปลนและรายละเอียดไม่ได้ จำเลยจึงไม่สามารถทำการก่อสร้างต่อไปถือว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการทำสัญญา แม้จะลงชื่อเพียงผู้เดียวก็ผูกพันจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการแบบแปลนแผนผังและรายการท้ายสัญญาใช้บังคับได้ จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาแต่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อโต้แย้งในเรื่องความถูกต้องของสัญญายังไม่ยุติ จำเลยที่ 1 จึงไม่สามารถดำเนินการก่อสร้าไปได้ เชื่อไม่ได้ว่าเป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยถูกต้องตามความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย จึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 1 พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างข้อ 1 มีข้อความระบุไว้ชัดว่าผู้จ้างตกลงจ้าง ผู้รับจ้างตกลงรับจ้างทำการก่อสร้างอาคารตามแบบแปลนแผนผังและข้อความในรายการประกอบการก่อสร้างที่แนบกับสัญญาโดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา และข้อ 24 ระบุว่าแต่ละฝ่ายถือสัญญาไว้คนละฉบับพร้อมด้วยแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างอันได้ลงนามกำกับไว้ทุกแผ่น แบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างจึงเป็นสารสำคัญที่สุดของสัญญาซึ่งจะต้องตกลงกันในขณะที่ทำสัญญา ดังนั้น แม้ว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยที่ 1 จะได้ลงนามในสัญญาเป็นผู้รับจ้างในนามของจำเลยที่ 1 แต่เมื่อโจทก์ไม่ส่งแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างไปให้จำเลยลงนามกำกับทุกแผ่นดังระบุไว้ในสัญญาก็ต้องถือว่าโจทก์จำเลยยังไม่ตกลงกันได้ในเรื่องแบบแปลนแผนผังและรายการละเอียดการก่อสร้างอันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ทั้งยังปรากฏว่าข้อกำหนดในเรื่องวันทำการและเริ่มต้นวันทำการก่อสร้างอันเป็นสาระสำคัญส่วนหนึ่งของสัญญาก็ยังตกลงกันไม่เป็นที่เรียบร้อยและถูกต้อง กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 ถือว่าโจทก์จำเลยยังไม่ได้มีสัญญาต่อกัน สัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยที่ 1 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2521 บริษัท กมลสุโกศล จำกัด โจทก์ บริษัท ศรีนครการโยธา จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท กมลสุโกศล จำกัด · จำเลย - บริษัท ศรีนครการโยธา จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2036/2542ฎีกา 5281/2540ฎีกา 294/2515ฎีกา 2294/2541ฎีกา 2866/2524ฎีกา 6866/2552ฎีกา 2682/2519ฎีกา 5343/2542ฎีกา 185/2546ฎีกา 2837/2522ฎีกา 3532/2532ฎีกา 2639/2515ฎีกา 581/2523ฎีกา 3713/2545ฎีกา 775/2473ฎีกา 2051/2525ฎีกา 6434/2544ฎีกา 1599/2522ฎีกา 8898/2544ฎีกา 3459/2524ฎีกา 1318/2529ฎีกา 4733/2539ฎีกา 3267/2522ฎีกา 5582/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา