คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนภารจำยอมต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในตราสาร หากมีข้อความขัดแย้งกันระหว่างแผนที่กับข้อความ ต้องตีความตามข้อความที่ระบุไว้ชัดเจน การสร้างสะพานลงน้ำเพื่อบรรทุกของลงเรือ ถือเป็นการเพิ่มภาระแก่ภารจำยอมเกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา
ย่อคำพิพากษา
จดทะเบียนภารจำยอมเป็นทางยาวประมาณ 10 เมตร รูปแผนที่มีเส้นขีดยาวตามมาตราส่วน 35 เมตร แต่มีอักษรเขียนว่ายาว 10 เมตร จะถือตามมาตราส่วนว่า 35 เมตร ไม่ได้ และจะทำสะพานลงน้ำหน้าที่ดินเพื่อบรรทุกของลงเรือก็เป็นการเพิ่มภาระ ทำไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ที่ดินของโจทก์อยู่ข้างใน ที่ดินของจำเลยอยู่ข้างนอกติดคลองมีข้อตกลงจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ใช้ทางผ่านที่ดินจำเลย ต่อมามีถนนตัดผ่านที่ดินของโจทก์ด้านตรงข้ามกับคลอง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าทางภารจำยอมยาว35 เมตร และให้โจทก์สร้างสะพานลงคลองหน้าที่ดินจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาชั้นฎีกาที่จะวินิจฉัยข้อแรกว่าทางภารจำยอมมีระยะทางยาวประมาณ 10 เมตร หรือ 35 เมตร ข้อนี้โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยว่าทางภารจำยอมมีความยาวเท่าใด โดยอาศัยบันทึกข้อตกลงและรูปแผนที่ท้ายฟ้องเป็นหลักวินิจฉัย พิเคราะห์บันทึกข้อตกลงและรูปแผนที่ท้ายคำฟ้อง เห็นว่าข้อความในบันทึกข้อตกลงภารจำยอมบางส่วนมีข้อความว่า นายชัยยงค์ อึ้งสิทธิพูนพร (จำเลย) ยินยอมให้ที่ดินของจำเลยตกอยู่ในบังคับภารจำยอมเรื่องทางเดินของที่ดินโจทก์จากทางทิศใต้ติดคลองวัดโคนอนกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร และในแผนที่ท้ายฟ้องก็มีเส้นขีดเป็นรูปทางโดยมีอักษรกำกับข้างเส้นที่ขีดเป็นรูปทางว่ากว้าง 4 เมตรยาว 10 เมตร ไม่มีข้อความข้อใดเลยว่าทางภารจำยอมที่ตกลงกันนี้มีระยะทางยาว 35 เมตร จะวินิจฉัยตามมาตราส่วนของเส้นที่ขีดเป็นรูปทางในแผนที่ท้ายฟ้องว่าทางภารจำยอมยาว 35 เมตรไม่ได้ตามที่โจทก์ฎีกา ต้องฟังตามตัวอักษรที่ปรากฏในบันทึกข้อตกลงและในแผนที่ท้ายฟ้อง
ปัญหาข้อต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิสร้างสะพานหน้าที่ดินของจำเลยได้หรือไม่ ข้อนี้ในบันทึกข้อตกลงเรื่องภารจำยอมตามสำเนาท้ายฟ้องก็ไม่มีข้อความที่เกี่ยวกับการสร้างสะพาน มีแต่คำว่าภารจำยอมเรื่องทางเดินเท่านั้น แม้ในแผนที่ท้ายฟ้องจะเขียนคำว่าสะพานไว้ แต่ก็ไม่ได้ระบุไว้ให้ชัดเจนว่าสะพานเป็นทางภารจำยอม จึงไม่พอรับฟังว่าข้อตกลงเรื่องภารจำยอมนั้นมีการสร้างสะพานด้วย ฉะนั้นการที่โจทก์จะขอสร้างสะพานหน้าที่ดินของจำเลย ย่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1388 โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะทำได้"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2522
นายประเสริฐ ลิ้มพานิชภักดี กับพวก โจทก์
นายชัยยงค์ อึ้งสิทธิพูนพร จำเลย
จำเลย นายชัยยงค์ อึ้งสิทธิพูนพร โจทก์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประเสริฐ ลิ้มพานิชภักดี กับพวก · จำเลย - นายชัยยงค์ อึ้งสิทธิพูนพร · โจทก์ - จำเลย นายชัยยงค์ อึ้งสิทธิพูนพร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา