⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1092/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของสามยทรัพย์ฟ้องบังคับให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางทางภารจำยอมที่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ถือเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตเพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์ตามปกติ ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์ และไม่ทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมและบังคับให้จำเลยขนย้ายกองไม้ออกไปให้พ้นทางภารจำยอม ศาลพิพากษาบังคับตามฟ้องโจทก์ แต่มีรั้วพิพาทในคดีนี้ปิดกั้นกีดขวางทางภารจำยอมอยู่ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยรื้อรั้วพิพาทออกไป ดังนี้ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิของโจทก์โดยสุจริต การที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้รื้อรั้วพิพาทดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิของโจทก์เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ตามปกติธรรมดา ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์เรียกไม่ได้ว่าความต้องการแห่งเจ้าของสามยทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป และไม่ทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1388 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1389 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากันจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรนางอ่อน สนธิธรรมโจทก์กับนางอ่อนต่างมีที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดติดต่อกันโจทก์เคยตกลงให้ที่ดินของโจทก์แก่นางอ่อน โดยนางอ่อนยอมเปิดทางในที่ดินของนางอ่อนเป็นทางภารจำยอมให้โจทก์และบริวารใช้เดินไปสู่ทางหลวงและลำน้ำเจ้าพระยา ปลายปี ๒๕๐๕ จำเลยทั้งสองจะรื้อเรือนนางอ่อนปลูกใหม่ขยายออกมาทับทางภารจำยอม โจทก์ไม่ยอม โจทก์นางอ่อน และจำเลยทั้งสองตกลงกันให้เขตทางภารจำยอมด้านเหนือตั้งแต่ต้นชมพู่ลงมาทางใต้ กว้างประมาณ ๖.๔๐ เมตร ต่อมาจำเลยทั้งสองตัดต้นชมพู่และนำเศษไม้มากองไว้ในทางภารจำยอม โจทก์จึงฟ้องนางอ่อนและจำเลยทั้งสองตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๑๙/๒๕๐๖ หมายเลขแดงที่ ๗๔/๒๕๐๗ ขอให้ห้ามมิให้จำเลยทำสิ่งกีดขวางในทางภารจำยอมขณะนั้นด้านตะวันออกของทางภารจำยอมมีรั้วที่จำเลยทำขึ้นเป็นสิ่งกีดขวางอยู่แล้วโจทก์เข้าใจว่าถ้าโจทก์ชนะคดี ศาลคงบังคับให้รื้อถอนรั้วออกไปด้วยศาลพิพากษาคดีดังกล่าวว่า ทางพิพาทกว้าง ๖.๔๐ เมตร เป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ ต่อมานางอ่อนตาย จำเลยที่ ๑ รับมรดกที่ดินของนางอ่อนและรับมรดกความ ได้ขนกองไม้ไม้ออกไปแล้ว แต่ไม่รื้อรั้ว จึงขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วไม้ออกไป จำเลยให้การว่า รั้วพิพาทมีมานานแล้ว มิได้กีดขวางทางภารจำยอมโจทก์จึงมิได้กล่าวถึงรั้วในการฟ้องคดีก่อน โจทก์เคยเดินเข้าออกอย่างไรไม่มีสิทธิใช้เดินเกินกว่านั้น โจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่สุจริตเป็นการใช้สิทธิที่มีแต่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย และเป็นฟ้องซ้ำ วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงบางข้อ ศาลสั่งงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วออกไปให้พ้นทางภารจำยอม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องซ้ำ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปความ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อรั้วพิพาทออกไปและกรณียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิที่มีแต่จะทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย หรือเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตทั้งมิใช่เรื่องเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์หรือในสามยทรัพย์ และไม่ใช่ความต้องการแห่งเจ้าของสามยทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปอันจะทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๘, ๑๓๘๙ ดังอุทธรณ์ของจำเลย พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ทางภารจำยอมซึ่งพิพาทกันในคดีก่อน ก็เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ที่จะออกไปสู่ทางหลวงและลำน้ำเจ้าพระยามิใช่เพื่อประโยชน์ของโจทก์แต่ภายในประตูบ้านและรั้วพิพาท ฉะนั้นรั้วพิพาทที่อยู่ทางตะวันออกของทางภารจำยอมจึงปิดกั้นกีดขวางทางภารจำยอมมิให้ออกไปสู่ถนนใหญ่ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงของโจทก์กับนางอ่อนที่ได้แลกเปลี่ยนที่ดินกัน โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อรั้วพิพาทออกไป เป็นการใช้สิทธิของโจทก์โดยสุจริต ข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์กับบริวารจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะเข้าออกในทางภารจำยอมจึงฟ้องจำเลยให้รื้อรั้วพิพาท เป็นการใช้สิทธิของโจทก์เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ตามปกติธรรมดาไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์ เรียกไม่ได้ว่าความต้องการแห่งเจ้าของสามยทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป และไม่ทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ดังฎีกาของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2515 นายลา มณฑา โจทก์ นางชุณหา บำรุงเกียรติ ที่ 1 นายเสริม บำรุงเกียรติ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลา มณฑา · จำเลย - นางชุณหา บำรุงเกียรติ ที่ 1 นายเสริม บำรุงเกียรติ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายไพริน มนุญทร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3462/2530ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 536/2536ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 1145/2495ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 1828/2523ฎีกา 113/2504ฎีกา 6847/2539ฎีกา 283-284/2524ฎีกา 7828/2547ฎีกา 2987/2517ฎีกา 3551/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา