⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1010/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2522

ป.วิ.แพ่ง ม.57

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องสอดมีสิทธิขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ หากตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี แต่หากสิทธิในการดำเนินคดีของจำเลยสิ้นสุดลงแล้ว จะอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องสอดขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม อ้างเหตุว่าจำเลยทั้งสองเช่าที่ดินผู้ร้องสอด ไม่ได้เช่าจากโจทก์ หากจำเลยแพ้คดี อาจฟ้องร้องผู้ร้องสอดให้เสียหาย ผู้ร้องสอดจึงมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องและภายหลังปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดีไปแล้ว จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์เป็นเหตุให้คดีถึงที่สุด สิทธิในการดำเนินคดีของจำเลยจึงไม่มีอีกแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน น.ส.3 แปลงหนึ่งจำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปปลูกห้องในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางวาขอให้ขับไล่และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นของนายแน่น หรือแหน่น จำเลยปลูกห้องโดยเช่าจากนายแน่นหรือแหน่น ขอให้ยกฟ้อง นายแน่นหรือแหน่นยื่นคำร้องสอดว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอดผู้ร้องสอดให้จำเลยทั้งสองเช่า หากจำเลยต้องแพ้คดีจำเลยอาจฟ้องผู้ร้องสอดให้เสียหายได้เพื่อประโยชน์แห่งการคุ้มครองสิทธิและการบังคับตามสิทธิซึ่งผู้ร้องสอดมีอยู่ จึงขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องสอดขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม อ้างเหตุว่าให้จำเลยทั้งสองเช่าที่ดินผู้ร้องสอด หากจำเลยแพ้คดีอาจฟ้องร้องผู้ร้องสอดให้เสียหายเห็นว่าผู้ร้องสอดมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) แต่ผู้ร้องสอดไม่อาจใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2521 ก่อนที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์เป็นเหตุให้คดีถึงที่สุด สิทธิดำเนินคดีของจำเลยไม่มีแล้วเช่นนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2522 นายประยงค์ แสไพศาล โจทก์ นายปอ กิจจานุรักษ์ กับพวก จำเลย ผู้ร้องสอด จำเลย นายแน่น หรือแหน่น ภักดีกระโทก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประยงค์ แสไพศาล · จำเลย - นายปอ กิจจานุรักษ์ กับพวก · จำเลย - ผู้ร้องสอด · จำเลย - นายแน่น หรือแหน่น ภักดีกระโทก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3982/2558ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 3041/2522ฎีกา 8235/2548ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 247/2501ฎีกา 679/2506ฎีกา 7890/2568ฎีกา 6343/2551ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1529/2549ฎีกา 573/2500ฎีกา 249/2503ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3077/2524ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา