คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นฟ้องคดีต่อศาลภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เป็นเงื่อนไขสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ หากไม่ปฏิบัติตาม จะไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล.
ย่อคำพิพากษา
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ข้อ 25 ว่า ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ให้ยื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจที่ให้ไว้โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ย่อมมีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย ดังนั้น ถ้าโจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนโดยจะยื่นฟ้องต่อศาล โจทก์จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงหมาดไทยฉบับดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกินกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธินำคดีมามาฟ้องต่อศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทมีสิทธิได้รับเงินทดแทนในกรณีที่ ร.ถึงแก่กรรม เนื่องจากการทำงาน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ จำเลยที่ ๑ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทน จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์คำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน โจทก์ได้แจ้งต่อสำนักงานกองทุนเงินทดแทนเพื่อให้พิจารณาจ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์ แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนเพราะ ร.ไม่ได้รับอันตรายเนื่องจากการทำงาน โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนมีความเห็นยืนตามคำสั่งของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนไม่ชอบ ขอให้เพิกถอน และมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินทดแทน
จำเลยให้การว่า คำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนชอบแล้ว เพราะ ร.มิได้ประสบอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน และตัดฟ้องว่าโจทก์ฟ้องคดีเกินกว่าสามสิบวันนับแต่ทราบผลการพิจารณาอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฟ้อง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๖
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๑ ปากแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย วินิจฉัยว่าโจทก์หมดสิทธิฟ้องคดีต่อศาล พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีได้ภายในอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๖ ข้อ ๒๕ ว่า ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนให้ยื่นฟ้องต่อศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจที่ให้ไว้โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ย่อมมีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย ดังนั้น ถ้าโจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนโดยจะยื่นฟ้องต่อศาล โจทก์จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกินกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาล
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2522
นางมาณี เจตษนีนาถ กับพวก โจทก์
กรมแรงงาน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมาณี เจตษนีนาถ กับพวก · จำเลย - กรมแรงงาน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายถาวร ตันตราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา