⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1432/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2522

ป.พ.พ. ม.374, 863, 867 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะยกให้บุตร ก็สามารถฟ้องบังคับตามข้อตกลงได้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาไม่จดทะเบียนสมรสหย่าและตกลงกันให้แบ่งที่ดินยกให้เป็นของบุตร เมื่อภริยาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงสามีฟ้องขอบังคับให้แบ่งตามข้อตกลงได้ โดยฟ้องในนามตนเองให้ภริยาปฏิบัติตามข้อตกลงซึ่งไม่เป็นการที่บุตรฟ้องบิดามารดา ไม่ต้องห้าม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยไม่จดทะเบียนสมรส โจทก์จำเลยตกลงหย่าและแบ่งที่ดินให้แก่บุตร 3 คน กับจำเลยคนละส่วนเท่า ๆ กัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตามข้อตกลง จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีสำหรับผู้ร้องสอดเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ของผู้ร้องสอด เพราะผู้ร้องสอดมิได้อุทธรณ์รับคำพิพากษานั้น ผู้ร้องสอดจึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยคดีของผู้ร้องสอด ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยบรรยายไม่ชัดว่าโจทก์ฟ้องคดีในนามตนเองหรือในนามของบุตรนั้น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องได้ความชัดเจนอยู่แล้วว่าโจทก์กับจำเลยตกลงหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันและตกลงกันว่าที่นาอันเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยากันนั้นให้แบ่งเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน และให้ได้แก่นายเชื้อ นางสำเรียงและนางแฉล้ม ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์จำเลยคนละส่วน แล้วจำเลยไม่แบ่งให้ จึงฟ้องขอให้พิพากษาบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญา อันเป็นการฟ้องในนามของโจทก์เองในฐานะคู่สัญญาเป็นการบรรยายฟ้องแสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองแล้ว จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามกฎหมายเพราะเป็นฟ้องที่ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้แทนบุตร ฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามมิให้บุตรฟ้องบิดามารดาของตัวเองนั้น ศาลฎีกาได้กล่าวมาในตอนต้นแห่งคำวินิจฉัยนี้แล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ในนามของโจทก์เองในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยฟ้องโจทก์จึงไม่ใช่ฟ้องต้องห้ามดังที่จำเลยฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2522 นายสวัสดิ์ จำรัสประเสริฐ โจทก์ นางดำ จำรัสประเสริฐ จำเลย ผู้ร้องสอด จำเลย นายเชื่อม รอดพังเทียม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวัสดิ์ จำรัสประเสริฐ · จำเลย - นางดำ จำรัสประเสริฐ · จำเลย - ผู้ร้องสอด · จำเลย - นายเชื่อม รอดพังเทียม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา