⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1432/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะยกให้บุตร ก็สามารถฟ้องบังคับตามข้อตกลงได้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาไม่จดทะเบียนสมรสหย่าและตกลงกันให้แบ่งที่ดินยกให้เป็นของบุตร เมื่อภริยาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงสามีฟ้องขอบังคับให้แบ่งตามข้อตกลงได้ โดยฟ้องในนามตนเองให้ภริยาปฏิบัติตามข้อตกลงซึ่งไม่เป็นการที่บุตรฟ้องบิดามารดา ไม่ต้องห้าม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยไม่จดทะเบียนสมรส โจทก์จำเลยตกลงหย่าและแบ่งที่ดินให้แก่บุตร 3 คน กับจำเลยคนละส่วนเท่า ๆ กัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตามข้อตกลง จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีสำหรับผู้ร้องสอดเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ของผู้ร้องสอด เพราะผู้ร้องสอดมิได้อุทธรณ์รับคำพิพากษานั้น ผู้ร้องสอดจึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยคดีของผู้ร้องสอด ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยบรรยายไม่ชัดว่าโจทก์ฟ้องคดีในนามตนเองหรือในนามของบุตรนั้น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องได้ความชัดเจนอยู่แล้วว่าโจทก์กับจำเลยตกลงหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันและตกลงกันว่าที่นาอันเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยากันนั้นให้แบ่งเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน และให้ได้แก่นายเชื้อ นางสำเรียงและนางแฉล้ม ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์จำเลยคนละส่วน แล้วจำเลยไม่แบ่งให้ จึงฟ้องขอให้พิพากษาบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญา อันเป็นการฟ้องในนามของโจทก์เองในฐานะคู่สัญญาเป็นการบรรยายฟ้องแสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองแล้ว จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามกฎหมายเพราะเป็นฟ้องที่ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้แทนบุตร ฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามมิให้บุตรฟ้องบิดามารดาของตัวเองนั้น ศาลฎีกาได้กล่าวมาในตอนต้นแห่งคำวินิจฉัยนี้แล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ในนามของโจทก์เองในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยฟ้องโจทก์จึงไม่ใช่ฟ้องต้องห้ามดังที่จำเลยฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2522 นายสวัสดิ์ จำรัสประเสริฐ โจทก์ นางดำ จำรัสประเสริฐ จำเลย ผู้ร้องสอด จำเลย นายเชื่อม รอดพังเทียม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวัสดิ์ จำรัสประเสริฐ · จำเลย - นางดำ จำรัสประเสริฐ · จำเลย - ผู้ร้องสอด · จำเลย - นายเชื่อม รอดพังเทียม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 797/2499ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา