⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1670/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้ที่พักพิงซ่อนเร้นผู้กระทำผิด จะมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 189 ได้ เพียงแค่ทราบว่าบุคคลที่ตนให้ที่พักพิงเป็นผู้กระทำผิดก็เพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องทราบว่ากระทำความผิดฐานใด

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 นั้น เจ้าพนักงานผู้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดหาจำต้องแก่ผู้ให้ที่พำนักซ่อนเร้นทราบว่าผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่า กระทำความผิดได้กระทำความผิดฐานใด เพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าบุคคลที่ตนให้ที่พำนักซ่อนเร้นเป็นผู้กระทำผิดก็พอแล้ว ส่วนจะเป็นความผิดฐานใดนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องและนำสืบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.189

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ช่วยนายยอดซึ่งต้องหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดในคดีฆ่าผู้อื่นอันมิใช่ความผิดลหุโทษ โดยให้พำนักซ่อนเร้นอยู่ที่บ้านของจำเลยและเมื่อร้อยตำรวจเอกหิรัญกับพวกมาล้อมจับ จำเลยบอกว่านายยอดไม่ได้อยู่ที่บ้านจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๙ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๙ จำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติต้องกันว่ามีคนร้ายใช้ปืนยิงนายสมศักดิ์ถึงตาย ร้อยตำรวจเอกหิรัญสืบทราบว่านายยอดเป็นคนร้ายรายนี้ จึงไปจับกุมที่บ้านน้ำวิ่ง ทราบจากชาวบ้านว่ามาที่บ้านจำเลยจึงติดตามสอบถามจำเลยถึงนายยอด ขั้นแรกจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้มาบ้านจำเลย ครั้นร้อยตำรวจเอกหิรัญว่ากำลังติดตามจับ ทราบว่ามากู้เงินจำเลย จำเลยจึงรับว่านายยอดมาจริงแต่กลับไปแล้ว ครั้นค้นบ้านจึงพบนายยอดซ่อนอยู่ชั้นบนบ้านจำเลย ปัญหาว่าการที่ร้อยตำรวจเอกหิรัญไปจับกุมนายยอดโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบว่านายยอดต้องหาว่ากระทำความผิด ฐานใดนั้น จำเลยจะมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าเจ้าพนักงานผู้ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดหาจำต้องแจ้งแก่ผู้ให้ที่พำนักซ่อนเร้นทราบว่าผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพียงแต่แจ้งให้รู้ว่าบุคคลที่ตนให้ที่พำนักซ่อนเร้นเป็นผู้กระทำความผิดก็พอแล้ว ส่วนจะเป็นความผิดฐานใดนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องกล่าวในฟ้องและนำสืบ พฤติการณ์ของจำเลยแสดงว่าจำเลยรู้อยู่แล้วหรือควรจะรู้ว่านายยอดเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เพราะร้อยตำรวจเอกหิรัญได้แจ้งให้จำเลยทราบว่ากำลังติดตามจับนายยอดอยู่ พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2522 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ จ่าสิบตำรวจแจ่ม หิรัญ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · ล. - จ่าสิบตำรวจแจ่ม หิรัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายวิศิษฎ์ วิศาลสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 391/2509ฎีกา 313/2526ฎีกา 1459/2482ฎีกา 1022/2505ฎีกา 95/2507ฎีกา 207/2517ฎีกา 490/2519ฎีกา 4922/2539ฎีกา 1165/2481ฎีกา 1671/2512ฎีกา 2041/2497ฎีกา 446/2486ฎีกา 2448/2521ฎีกา 530/2526ฎีกา 1750/2514ฎีกา 3507/2546ฎีกา 4754-4755/2565ฎีกา 816/2483ฎีกา 2449/2522ฎีกา 2535/2550ฎีกา 860/2484ฎีกา 4182/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา