⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1814/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการเล่นหยอกล้อกัน หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ที่อาจใช้ได้ ถือเป็นการกระทำโดยประมาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจับเท้าของผู้เสียหายทั้งสองข้างยกขึ้นจนมือขวาของผู้เสียหายลอยสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ศอก แล้วจำเลยผลักตัวผู้เสียหายลงกับพื้นทำให้แขวนขวาของผู้เสียหายหัก ด้วยการเล่นหยอกล้อกัน เป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาท ไม่ใช่กระทำโดยเจตนา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นหยอกล้อกับผู้เสียหายเอามือจับข้อเท้าข้างซ้ายของผู้เสียหายดึงขึ้น จนมือของผู้เสียหายสูงจากพื้นดิน 1 ศอก แล้วจำเลยปล่อยทิ้งตัวผู้เสียหายลงพื้นดิน ทำให้แขนขวาของผู้เสียหายหัก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจับเท้าทั้งสงอของผู้เสียหายยกขึ้นจนกระทั่งมือข้างขวาของผู้เสียหายสูงจากพื้นดินประมาณ1 ศอก แล้วจำเลยผลักตัวผู้เสียหายลงกับพื้น แสดงว่าประสงค์จะให้ร่างกายของผู้เสียหายกระแทกกับพื้น อันเป็นการกระทำที่มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายข้อเท็จจริงทางพิจารณาจึงต่างกับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยจับเท้าของผู้เสียหายยกขึ้นแล้วผลักลงกับพื้น ไม่ใช่จำเลยเจตนาทำร้ายผู้เสียหาย แต่เป็นการกระทำด้วยความประมาทอันเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นสั่งรับมานั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยจับเท้าของผู้เสียหายทั้งสองข้างยกขึ้นจนมือขวาของผู้เสียหายลอยสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ศอก แล้วจำเลยผลักตัวผู้เสียหายลงกับพื้น ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าว จะเป็นการกระทำโดยเจตนาทำร้าย หรือกระทำโดยประมาทอันเป็นความผิดตามฟ้องโจทก์นั้น พิเคราะห์แล้วการที่จำเลยจับเท้าผู้เสียหายยกขึ้นแล้วผลักให้ตัวตกลงกับพื้นดินนั้น น่าจะเป็นเรื่องของการหยอกล้อกัน ซึ่งตามฟ้องและทางพิจารณาก็ได้ความเช่นนั้นจำเลยอาจจะไม่ทันได้นึกถึงผลว่าการกระทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้เสียหายถึงแขนหัก จำเลยไม่มีเจตนาที่จะทำร้าย หากแต่กระทำไปโดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยประมาทตามโจทก์ฟ้องไม่ใช่กระทำโดยเจตนา พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 6 เดือน ปรับ 1,000 บาท เมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดี และสถานความผิดมีเหตุที่จำเลยควรได้รับความปราณี จึงให้รอการลงโทษจำเลยไว้ภายในกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2522 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายเชาว์ สุดวรรค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายเชาว์ สุดวรรค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 688/2467ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 4573/2528ฎีกา 729/2483ฎีกา 1002/2467ฎีกา 943/2481ฎีกา 52/2513ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6505/2555ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา