⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1898/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1898/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาเพื่อลงโทษจำเลย ไม่ถือเป็นค่าเสียหายที่โจทก์จะเรียกร้องเอาจากจำเลยฐานละเมิดได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยจนคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้วก่อนที่จะได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง สิทธิที่จะฟ้องคดีแพ่งมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสาม การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญานั้น เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้จำเลยได้รับโทษทางอาญา ค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีอาญาจึงไม่ใช่ค่าเสียหายที่โจทก์จะพึงเรียกร้องเอาจากจำเลยฐานละเมิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.51 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.168 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.423 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ โดยโฆษณาในหนังสือพิมพ์ของจำเลย โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ปรับ 600 บาท ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน โจทก์จำเลยฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2518 การหมิ่นประมาทของจำเลยต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายต่อชื่อเสียง ฯลฯ โจทก์ขาดรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและการจำหน่ายหนังสือพิมพ์รวมเป็นเงิน 221,891 บาท และการที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาโจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าป่วยการค่าพาหนะ พยานโจทก์ ค่าทนายความรวม 30,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 251,890 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายที่รายได้ลดลง 144,000 บาท และค่าใช้จ่ายฟ้องคดีอาญา 15,000 บาท รวมเป็นเงิน159,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายสำหรับรายได้ที่ลดลงเป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยฯ ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ใช้จ่ายในการฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาให้ยก โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยลงโฆษณาข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ในหนังสือพิมพ์เจี่ยเป้า ศาลจังหวัดสงขลา ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328ปรับ 600 บาท โจทก์จำเลยฟังคำพิพาษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2518 คดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์จริง ปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วก่อนที่จะได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง สิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องคดีแพ่งย่อมมีอายุความ10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสาม คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยถึงที่สุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2518 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2519 ยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ ส่วนค่าเสียหายสำหรับค่าใช้จ่ายในการที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญานั้นเห็นว่าการฟ้องคดีอาญาเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้จำเลยได้รับโทษทางอาญาค่าใช้จ่ายในการฟ้องจึงมิใช่ค่าเสียหายที่โจทก์จะพึงเรียกร้องเอาจากจำเลยฐานละเมิดได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1898/2522 นายเต็กฮั้ว แซ่จัน หรือแซ่เจน โจทก์ นายเองบีโจว แซ่เอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเต็กฮั้ว แซ่จัน หรือแซ่เจน · จำเลย - นายเองบีโจว แซ่เอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3023/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 793/2546ฎีกา 2335/2551ฎีกา 464/2567ฎีกา 4192/2536ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 283/2536ฎีกา 2738/2554ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518ฎีกา 1712/2551ฎีกา 2252/2527ฎีกา 1049/2522ฎีกา 3390/2526ฎีกา 226/2532ฎีกา 2366/2516ฎีกา 665/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา