คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ทางพิพาทโดยมีเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอม ต้องเป็นการใช้โดยสงบและโดยเปิดเผย หากการใช้เป็นการขออนุญาตจากเจ้าของที่ดิน ย่อมไม่ถือว่าเป็นการใช้โดยสงบและโดยเปิดเผยตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินโจทก์อยู่ติดกับที่ดินจำเลย ต่อมาจำเลยออกไปเป็นทางสาธารณะโจทก์ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินจำเลยออกสู่ทางสาธารณะมากว่า 10 ปี แต่โจทก์ใช้โดนขออนุญาตจำเลย จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้โดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอม โจทก์ไม่ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลง จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทางทิศใต้ จากที่ดินจำเลยออกไปเป็นทางสาธารณะจากที่ดินโจทก์จะออกทางสาธารณะต้องเดินผ่านที่ดินของจำเลย มีทางเดินกว้างประมาณ 1 วา ยาวประมาณ 20 วา ทางเดินนี้มีมานานประมาณ 14 ปีโจทก์และประชาชนใช้เป็นทางเดินเข้าหมู่บ้านจึงตกเป็นทางภารจำยอมต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2519 จำเลยได้ปิดกั้นทางดังกล่าว เพื่อไม่ให้โจทก์และประชาชนในหมู่บ้านใช้เดินต่อไปอีกเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าทางดังกล่าวเป็นภารจำยอมของที่ดินโจทก์ตามฟ้อง ให้จำเลยเปิดทางดังกล่าวให้โจทก์ใช้เดินตลอดไป
จำเลยให้การว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน 3 แปลงอยู่ติดต่อกัน ทางพิพาทตามฟ้องเป็นร่องน้ำไหลมิใช่ทางเดิน โจทก์และบริวารได้ขออาศัยทางพิพาทจากจำเลยเดินออกถนนสาธารณะเมื่อปีเศษมานี้ ส่วนประชาชนอื่นไม่เคยเดินผ่านทางพิพาทจึงมิได้ตกเป็นภารจำยอม หลังจากโจทก์และบริวารอาศัยทางพิพาทเดิน ทำให้พืชผลต่าง ๆ ในที่ดินสองแปลงเสียหายและสูญหายจำเลยต้องปิดกั้นเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลย โดยให้โจทก์และบริวารเดินผ่านที่ดินจำเลยทางด้านอื่น ซึ่งเป็นเส้นทางที่โจทก์ใช้เดินสู่ถนนสาธารณะมาแต่เดิมก่อนใช้ทางพิพาท โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทซึ่งอยุ่ในที่ดินของจำเลยตกเป็นภารจำยอมของที่ดินของโจทก์ตามที่ฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า 10 ปี จะได้สิทธิตกเป็นทางภารจำยอมตามกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินออกสู่ถนนมากว่า 10 ปีแล้ว แต่การใช้ทางพิพาทดังกล่าวได้ความจากคำเบิกความของตัวโจทก์เอง ตอนตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทจำเลยไม่เคยห้ามปราม เพราะโจทก์ขออนุญาตจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าการใช้ภารยทรัพย์ของโจทก์นั้น โจทก์ใช้โดยขออนุญาตจำเลย จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอม คดีของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าเป็นทางภารจำยอมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2522
นายแฉล้ม เริ่มภักตร์ หรือเริ่มภักดี โจทก์
นายเลียบ ประเทืองผล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแฉล้ม เริ่มภักตร์ หรือเริ่มภักดี · จำเลย - นายเลียบ ประเทืองผล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา