⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2291/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2291/2522

ป.วิ.แพ่ง ม.57, 114

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี มีสิทธิขอเข้าเป็นจำเลยร่วมได้ 2. การที่จำเลยร่วมนั่งฟังคำเบิกความของจำเลยในขณะพิจารณา ไม่ทำให้คำเบิกความนั้นเสียไป หากศาลเห็นว่าน่าเชื่อถือ

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินของจำเลยร่วม โจทก์ฟ้องว่าเป็นของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ออก น.ส.3 จำเลยร่วมมีส่วนได้เสีย ขอเข้าเป็นจำเลยร่วมได้ ขณะจำเลยเบิกความเป็นพยาน จำเลยร่วมได้นั่งฟังคำเบิกความอยู่ด้วย ถ้าศาลเห็นว่าคำเบิกความของจำเลยร่วมเป็นพยาน เป็นที่เชื่อฟังได้ ศาลไม่ถือว่าคำพยานนั้นผิดระเบียบก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.114

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.114 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องที่โจทก์ขอห้ามจำเลย มิให้ขัดขวางการออก น.ส.3 ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงคงฟังได้ว่าจำเลยร่วมเคยทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้โจทก์ ซึ่งพินัยกรรมจะมีผลต่อเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่กรรม เมื่อปรากฏว่าขณะมีข้อพิพาท จำเลยร่วมยังมีชีวิตอยู่และได้เพิกถอนพินัยกรรมแล้ว การที่โจทก์ได้เข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทและให้นายเป็งผู้ใหญ่บ้านเช่าที่พิพาททำนานั้น เชื่อว่าจำเลยร่วมให้โจทก์ ซึ่งเป็นบุตรอาศัยเข้าทำกินและจัดการแทน ซึ่งถือว่าเป็นการครอบครองแทนจำเลยร่วมมารดา โจทก์ไม่ได้สิทธิครอบครองในที่พิพาท และไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยตามคำขอได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นางเอื้อยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์ฟ้องจำเลยผู้เดียวที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาท หากจำเลยร่วมเสียหายต้องฟ้องโจทก์เป็นคดีใหม่นั้น เห็นว่าจำเลยร่วมอ้างว่าเป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่พิพาทและขายให้จำเลย ย่อมถือได้ว่าจำเลยร่วมเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี จึงชอบที่จะร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ส่วนข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่าขณะที่จำเลยเบิกความเป็นพยาน จำเลยร่วมได้ฟังการเบิกความของจำเลยและจำเลยไม่ส่งสำเนาเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่และพินัยกรรมที่อ้างเป็นพยานให้แก่โจทก์ คำเบิกความของจำเลยร่วมและเอกสารดังกล่าวรับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่าการที่พยานเบิกความโดยได้ฟังคำพยานคนก่อนเบิกความมาแล้ว ถ้าศาลเห็นว่าคำเบิกความเป็นที่เชื่อฟังได้ หรือมิได้เปลี่ยนแปลงไปโดยได้ฟังคำเบิกความของพยานคนก่อนหรือไม่ทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงไป ศาลจะไม่ฟังว่าคำเบิกความเช่นว่านี้เป็นผิดระเบียบก็ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 114 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้นจึงเป็นดุลพินิจของศาลที่จะรับฟังคำเบิกความของจำเลยร่วมได้ และกรณีที่จำเลยไม่ได้ส่งสำเนาใบเสร็จเสียภาษีบำรุงท้องที่และทะเบียนพินัยกรรมให้แก่โจทก์นั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยร่วมมีสิทธิครอบครองและไม่ได้ยกให้โจทก์ เพียงแต่ทำพินัยกรรมระบุยกให้ซึ่งจะมีผลต่อเมื่อจำเลยร่วมถึงแก่กรรมเท่านั้น ซึ่งโจทก์เองก็รับว่าจำเลยร่วมได้ทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้ตนจริงเช่นนี้ แม้จะไม่รับฟังเอกสารดังกล่าว ก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังได้เปลี่ยนแปลง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2291/2522 นางที สุขพัฒน์ โจทก์ นายหิน แผวผล จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นางเอื้อย แผวผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางที สุขพัฒน์ · จำเลย - นายหิน แผวผล · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นางเอื้อย แผวผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3982/2558ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 3041/2522ฎีกา 8235/2548ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 247/2501ฎีกา 679/2506ฎีกา 7890/2568ฎีกา 6343/2551ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1529/2549ฎีกา 573/2500ฎีกา 249/2503ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3077/2524ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา