⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2412/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้มีหนังสือทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ที่ลูกหนี้อ้างว่าขาดอายุความแล้ว และข่มขู่ว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหากไม่ชำระ ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ลูกหนี้จึงมีอำนาจฟ้องเจ้าหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีหนังสือให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มใหม่ซึ่งโจทก์อ้างว่าขาดอายุความแล้วไปชำระ หากไม่ชำระจะดำเนินการกับโจทก์ตามกฎหมายโดยเคร่งครัดโจทก์ปฏิเสธการชำระหนี้ จำเลยยืนยันจะใช้สิทธิของจำเลยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์โดยมิต้องให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อันจะทำให้โจทก์เสียหาย เป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลยในเรื่องหนี้ค่าภาษีอากรค้างและเงินเพิ่ม โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการในตำแหน่งสมุห์บัญชีทำการแทนหัวหน้าเขตพญาไท มีหน้าที่เกี่ยวกับการภาษีอากร เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้มีหนังสือแจ้งว่าโจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ พ.ศ. ๒๕๐๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๖ ไว้ไม่ถูกต้อง ต้องเสียเงินภาษีเงินได้และเงินเพิ่มรวม ๒,๔๐๙,๙๓๙.๔๕ บาท ซึ่งครบกำหนดชำระวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๐๘ โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการดังกล่าวยกอุทธรณ์ โจทก์ฟ้องกรมสรรพากร-กับพวกต่อศาลแพ่ง ขอให้ยกเลิกเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ศาลแพ่งพิพากษาว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว แต่ไม่ได้ให้โจทก์ชำระเงินค่าภาษีอากรนั้น ต่อมาจำเลยจงใจกระทำละเมิดโต้แย้งสิทธิหน้าที่ของโจทก์โดยมีหนังสือด่วนมากให้โจทก์ชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มใหม่ ซึ่งขาดอายุความแล้วและต้องห้ามมิให้เรียกร้อง จำนวน ๒,๙๓๙,๑๒๗.๓๔ บาท ต่อสำนักงานสรรพากรเขตพญาไท หากไม่ชำระจะดำเนินการกับโจทก์ตามกฎหมายโดยเคร่งครัด โจทก์ปฏิเสธการชำระหนี้ แต่จำเลยไม่ยอมรับฟัง และยืนยันการใช้สิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้พิพากษาว่าหนี้ค่าภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มจำนวน ๒,๙๓๙,๑๒๗.๓๔ บาท ขาดอายุความห้ามจำเลยและเจ้าหน้าที่ใช้สิทธิยึดทรัพย์โจทก์ชำระหนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามฟ้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานเรียกร้องให้ชำระภาษีอากรตามหน้าที่ ยังมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี่โจทก์บรรยายฟ้องมีความสำคัญว่า จำเลยมีหนังสือให้ดจทก์นำเงินภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มใหม่ซึ่งโจทก์อ้างว่าขาดอายุความแล้วไปชำระ หากไม่ชำระจำเลยต้องดำเนินการกับโจทก์ตามกฎหมายโดยเคร่งครัดโจทก์ปฎิเสธการชำระหนี้ จำเลยยืนยันจะใช้สิทธิของจำเลยตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๑๒ ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์โดยมิต้องให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่งอันจะทำให้โจทก์เสียหาย เห็นได้ว่าข้อความตามฟ้องดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลยในเรื่องหนี้ค่าภาษีอากรค้างและเงินเพิ่ม โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๔ โดยนัย-- คำพิพากษาฎีกา ที่ ๑๐๘๕/๒๕๐๕ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2522 นายทองดุลย์ ธนะรัชต์ โจทก์ นายสุพร ศิริกุล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองดุลย์ ธนะรัชต์ · ล. - นายสุพร ศิริกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา