คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทนายจำเลยได้รับหมายนัดให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วจำเลยไม่มา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟัง ถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว และต้องยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด หากยื่นฎีกาเกินกำหนดเวลาดังกล่าว ฎีกาที่ยื่นมานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ทนายจำเลยรับหมายนัดของศาลชั้นต้นให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2522 แล้วจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟัง ถือได้ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้อ่านแล้วในวันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 (3) วรรคสอง จำเลยต้องยื่นฎีกาภายในวันที่ 20 มีนาคม 2522 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 แต่จำเลยยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 22 มีนาคม 2522 ซึ่งพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกามาศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ครอบครอบเป็นเจ้าของทำประโยชน์โดยสงบเปิดเผยในที่นาพิพาท โจทก์ยื่นเรื่องราวขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว จำเลยร้องคัดค้าน ขอให้พิพากษาว่านาพิพาทเป็นของโจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยให้นายก้อมและโจทก์อาศัยทำกินในที่พิพาท นายก้อมตาย จำเลยจึงเรียกที่ดินคืนและครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาเป็นเวลา ๗ ปี โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วตามสำนวนปรากฏว่าศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เวลา ๘ นาฬิกา ๓๐ นาที เจ้าหน้าที่ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทะรณ์ตามวันเวลาดังกล่าวให้ทนายจำเลยรับไว้แล้วเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๒ ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์มาศาลแต่ฝ่ายจำเลยไม่มา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟัง และถือว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้อ่านแล้ว จำเลยยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๒
ศาลฎีกาเห็นว่า ทนายจำเลยได้รับมอบหมายนัดของศาลชั้นต้นให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เวลา ๘ นาฬิกา ๓๐ นาที แล้วจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟัง จึงถือได้ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้อ่านในวันดังกล่าวตามประมวลฏำหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ (๓) วรรคสอง จำเลยจึงต้องยื่นฎีกาภายในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นระยะเวลาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๗ แต่จำเลยยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๒ พ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2522
นางหน่อย โพธิ์ศรี โจทก์
นางอำคา ม่องคำหมื่น ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางหน่อย โพธิ์ศรี · ล. - นางอำคา ม่องคำหมื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา