คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันมีสิทธิหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผู้ถูกค้ำประกันวางไว้เป็นประกันเพื่อชำระหนี้ที่ตนต้องรับผิดชอบแทนได้ทันที โดยไม่ถือเป็นการจำนำ และผู้รับประกันไม่มีสิทธิพิเศษเหนือเจ้าหนี้อื่นในกรณีที่ผู้ถูกค้ำประกันล้มละลาย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ 1 ตกลงมอบเงินฝากพร้อมใบรับฝากแก่ผู้ร้อง เพื่อเป็นประกันความเสียหายที่ผู้ร้องออกหนังสือค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้ต่อกรมทางหลวง ให้ผู้ร้องมีอำนาจหักเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายที่ผู้ร้องต้องชดใช้แทนได้ทันที และจำเลยที่ 1 จะไม่ถอนเงินฝากจนกว่าผู้ร้องจะพ้นภาระความรับผิดชอบตามหนังสือค้ำประกันนั้น ข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นการจำนำเงินฝาก ผู้ร้องจึงไม่เป็นเจ้าหน้าที่มีประกันตามประราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 95
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสี่เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีคำสั่งให้ธนาคารผู้ร้องส่งเงินของจำเลยที่ ๑ ตามใบรับฝากเงินประจำไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลว่า เงินตามใบรับฝากประจำจำเลยที่ ๑ ได้จำนำแก่ผู้ร้องไว้เป็นประกันหนี้ที่จำเลยที่ ๑ มีต่อผู้ร้อง โดยผู้ร้องค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ไว้ต่อกรมทางหลวง ผู้ร้องได้ชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ให้กรมทางหลวงไปตามสัญญาค้ำประกันแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิยึดเงินประกันไว้และเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิในอันที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าพนักงานพิทักษ์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า เงินตามใบรับฝากเป็นเงินฝากมิใช่ทรัพย์ที่จำเลยที่ ๑ จำนำไว้กับผู้ร้อง ผู้ร้องไม่เป็นเจ้าหนี้ผู้ทรงบุริมสิทธิ เงินจำนวนที่ฝากไว้จึงเป็นเงินของจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีอยู่ในระยะเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๔๘ มาตรา ๑๐๙
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ฝากเงินไว้กับผู้ร้องเงินที่ฝากย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องคงมีหน้าที่ต้องคืนให้ครบจำนวน การที่จำเลยที่ ๑ ตกลงมอบเงินฝากพร้อมใบรับฝากแก่ผู้ร้อง เพื่อเป็นประกันความเสียหายที่ผู้ร้องออกหนังสือค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ไว้ต่อกรมทางหลวง ให้ผู้ร้องมีอำนาจหักเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายที่ผู้ร้องชดใช้แทนได้ทันที และจำเลยที่ ๑ จะไม่ถอนเงินจนกว่าผู้ร้องจะพ้นภาระความรับผิดชอบตามหนังสือค้ำประกันนั้น เป็นเรื่องความตกลงในการฝากเงินนั่นเองหาทำให้ตัวเงินตามจำนวนในบัญชีเงินฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ อันผู้ร้องได้ยึดไว้เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ไม่ ความตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการจำนำเงินฝาก
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2522
นายเจริญ ศรีสมบูรณานนท์ โจทก์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดฯ ผู้ร้อง
บริษัทธเนศพร จำกัด กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจริญ ศรีสมบูรณานนท์ · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดฯ · ล. - บริษัทธเนศพร จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชุบ วีระเวคิน · ชลูตม์ สวัสดิทัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายบรรทม จาตกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา