คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าสามารถช่วยเหลือให้ได้รับการประกันตัวได้ โดยเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการต่างๆ ถือเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้เสียหายที่หลงเชื่อและได้จ่ายเงินไปจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงในความผิดดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ร่วมถูกควบคุมตัวอยู่ในข้อหาปลอมเอกสาร จำเลยหลอกโจทก์ร่วมว่าได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาล และขอเช่าโฉนดที่ดินของผู้มีชื่อไว้แล้ว เพื่อขอประกันตัวโจทก์ร่วมต่อศาล ขอเรียกเงินค่าเช่าโฉนด และค่าปรับโฉนดจากโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมได้จ่ายเงินให้จำเลยตามที่เรียกร้องเพราะหลงเชื่อตามที่จำเลยหลอกลวง มิได้มอบเงินให้จำเลยไปเพื่อให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ดังนี้ ถือว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายโดยตรงในความผิดฐานฉ้อโกง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยฉ้อโกงเงินผู้เสียหายไป รวม ๗๐,๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และใช้เงินคืนผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
นายทรวง หรือธนวิตต์ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ให้จำคุก ๖ เดือน และให้จำเลยคืนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท กับเช็ค ๑ ฉบับแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาที่ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายโดยชอบหรือไม่
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันมาว่า จำเลยได้ทุจริตหลอกลวงโจทก์ร่วมซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในข้อหาปลอมเอกสารว่า จำเลยได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลและติดต่อขอเช่าโฉนดที่ดินของผู้ซื้อไว้แล้ว เพื่อขอประกันตัวโจทก์ร่วมต่อศาล โดยขอเรียกเงินค่าเช่าโฉนด ๑๐,๐๐๐ บาท และค่าประกันโฉนด ๖๐,๐๐๐ บาท และจะจัดการประกันตัวโจทก์ร่วมออกจากที่ควบคุมได้ทันที ซึ่งเป็นความเท็จ เพราะความจริงจำเลยไม่ได้ติดต่อขอเช่าโฉนดที่ดินของผู้ใดไว้เลย และไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อทำการประกันตัวโจทก์ร่วมแต่อย่างใด โดยการหลอกลวงดังกล่าว ทำให้โจทก์ร่วมและภริยาหลงเชื่อ มอบเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินสด ๓๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นจ่ายเป็นเช็คให้จำเลยรับไป ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยโดยตรงจึงเป็นผู้เสียหายโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) โจทก์ร่วมหาได้มอบเงินให้จำเลยไปเพื่อไปให้สินบนเจ้าพนักงานไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2522
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายทรวง หรือธนวิตต์ ชวนปิยะวงศ์ โจทก์ร่วม
นางธนาวดี ปิณุษรี ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายทรวง หรือธนวิตต์ ชวนปิยะวงศ์ · ล. - นางธนาวดี ปิณุษรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา