⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3090/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3090/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายขายเชื่อทรัพย์สินให้แก่จำเลย โดยกำหนดราคาและเงื่อนไขการชำระเงินหรือการคืนทรัพย์สิน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ถือเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอก.

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายมอบเครื่องเพชรให้จำเลยไปขาย โดยผู้เสียหายคิดเอาราคา 32,300 บาท มีข้อตกลงกันว่าจำเลยจะจ่ายเงินตามราคาของให้เมื่อครบ 1 เดือน นับแต่วันเอาของไป ถ้าขายไม่ได้จะคืนของภายใน 1 เดือน เช่นกันโดยไม่ได้จำกัดว่าจำเลยจะต้องขายในราคาเท่าใด เช่นนี้ เงินที่ขายเครื่องเพชรดังกล่าวได้จึงตกเป็นของจำเลย เพียงแต่จำเลยมีความผูกพันว่าจะต้องนำเงิน 32,300 บาท มาคืนให้แก่ผู้เสียหายตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น กรณีจึงมิใช่จำเลยได้รับมอบหมายให้รับเครื่องเพชรหรือราคาเครื่องเพชรไว้แทนผู้เสียหายแต่เป็นกรณีผู้เสียหายขายเชื่อเครื่องเพชรให้จำเลยไป แม้จำเลยไม่จ่ายเงินแก่ผู้เสียหายและไม่คืนเครื่องเพชรก็เป็นเรื่องผิดสัญญาแพ่ง ไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอกตามที่โจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับมอบแหวนเพชรจากผู้เสียหายรวมราคา ๓๒,๓๐๐ บาท ไปขาย ตกลงว่าให้จำเลยนำเงินที่ขายได้มาส่งผู้เสียหาย ขายไม่ได้ให้คืนของภายใน ๑ เดือน ครบกำหนดจำเลยไม่นำเงินที่ขายได้หรือของที่ไม่ได้ขายมาคืนผู้เสียหาย โดยจำเลยเจตนาทุจริตยักยอกเป็นของตน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และให้คืนเงินแก่ผู้เสียหาย นายประกอบผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำคุก ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายได้มอบเครื่องเพชรคือแหวนเพชรและล็อกเก็ตให้จำเลยไปขายโดยผู้เสียหายคิดราคา ๓๒,๓๐๐ บาท มีข้อตกลงกันว่า จำเลยจะจ่ายเงินตามราคาของให้เมื่อครบ ๑ เดือน นับแต่วันเอาของไป ถ้าขายไม่ได้จะคืนของให้ภายใน ๑ เดือนเช่นกัน นางจุรีผู้จ้าของร้านพยานโจทก์ก็เบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยเคยเอาเครื่องเพชรไปขายหลายครั้ง และครั้งที่เกิดเหตุก็เช่นเดียวกันครั้งก่อนๆ ตามพฤติการณ์ดังที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายได้มอบเครื่องเพชรให้จำเลยไปขายโดยไม่มีข้อจำกัดว่า จำเลยจะต้องขายในราคาเท่าใด จำเลยจะนำไปขายได้ราคาสูงต่ำอย่างไรก็เป็นเรื่องของจำเลยโดยเฉพาะ เงินที่ขายเครื่องเพชรดังกล่าวได้ก็ตกเป็นของจำเลย เพียงแต่จำเลยมีความผูกพันว่าจะต้องนำเงิน ๓๒,๓๐๐ บาท มาคืนให้แก่ผู้เสียหายตามที่ได้ตกลงกันไว้เท่านั้น กรณีจึงมิใช่จำเลยได้รับมอบหมายให้รับเครื่องเพชรหรือราคาเครื่องเพชรไว้แทนผู้เสียหาย แต่เป็นกรณีที่ผู้เสียหายขายเชื่อเครื่องเพชรให้จำเลยไป ด้วยเหตุนี้แม้จะฟังข้อเท็จจริงดังที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบ ก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดทางอาญายักยอกเครื่องเพชรหรือเงินที่ขายเครื่องเพชรได้ตามที่โจทก์ฟ้อง กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3090/2522 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายประกอบ ลิ้มสุวรรณ โจทก์ร่วม นายสมหรือสะสม โกไศยกานนท์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายประกอบ ลิ้มสุวรรณ · ล. - นายสมหรือสะสม โกไศยกานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเพี้ยน พุทธสุอัตตา · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15558/2555ฎีกา 4081/2564ฎีกา 9663/2554ฎีกา 7100/2538ฎีกา 15690/2553ฎีกา 5865/2555ฎีกา 416/2550ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 1057/2514ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1503/2536ฎีกา 3820/2529ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 1522/2565ฎีกา 2157/2518ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 602/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 2354/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา