⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 318/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งโต้แย้งสิทธิของอีกบุคคลหนึ่งในที่ดิน โดยอ้างว่าที่ดินนั้นเป็นของตน มิใช่การแย่งการครอบครองที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์จำเลยมีที่ดินแนวเขตติดต่อกัน โจทก์ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อนายอำเภอ จำเลยคัดค้านอ้างว่าโจทก์ขอทับที่ดินจำเลย จำเลยเข้าไปเก็บมะพร้าวในที่พิพาทถูกโจทก์ดำเนินคดีอาญาหาว่าบุกรุกที่พิพาท จำเลยต่อสู้ว่าต้นมะพร้าวอยู่ในที่ดินของจำเลย พฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเพียงจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์เท่านั้น จำเลยยังมิได้เข้าไปแย่งการครอบครองที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนหนึ่งแปลงตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๑๒ เนื้อที่ ๖ ไร่เศษ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมืองชุมพร โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปี เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๑๗ โจทก์ขอออก น.ส. ๓ ในที่ดินดังกล่าวแต่จำเลยคัดค้านว่าโจทก์นำรังวัดรุกล้ำที่ดินของจำเลย เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองชุมพรไม่สามารถออก น.ส. ๓ ให้โจทก์ได้ ขอให้พิพากษาว่าเป็นที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยถอนคำร้องคัดค้าน จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงใหญ่ของจำเลย มีต้นส้มโอและหลักไม้เป็นแนวเขต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ โจทก์บุกรุกที่พิพาท จำเลยจึงฟ้องโจทก์ ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ จำเลยสอยเก็บผลมะพร้าวในที่พิพาท โจทก์หาว่าจำเลยลักทรัพย์ ผลที่สุดศาลพิพากษาว่ามะพร้าวเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองที่พิพาทตลอดมา อำนาจฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้ว เพราะโจทก์ฟ้องหลังจากถูกแย่งการครอบครองเกินกว่า ๑ ปี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยถอนคำร้องคัดค้าน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ฟ้องคดีหลังจากถูกจำเลยแย่งหรือรบกวนการครอบครองเกินกว่า ๑ ปีแล้ว โจทก์หมดสิทธิฟ้องเอาคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์จำเลยมีที่ดินแนวเขตติดต่อกัน โจทก์ได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) ต่อนายอำเภอ แต่จำเลยได้คัดค้านอ้างว่าโจทก์ขอทับที่ดินจำเลย เมื่อจำเลยเข้าไปเก็บมะพร้าวในที่พิพาทถูกโจทก์ดำเนินคดีอาญาหาว่าบุกรุกที่พิพาท จำเลยต่อสู้ว่าต้นมะพร้าวอยู่ในที่ดินของจำเลย พฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เป็นเพียงจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์เท่านั้น จำเลยยังมิได้เข้าไปแย่งการครอบครองที่พิพาท คดีนี้จึงมิใช่เป็นการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้ สำหรับปัญหาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยนั้นศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย และโจทก์ก็มิได้ฎีกาในปัญหาข้อนี้ด้วย จึงควรให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2522 นายเริ่ม จินตวร โจทก์ นางเอื้อน บุตรวาทิตย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเริ่ม จินตวร · ล. - นางเอื้อน บุตรวาทิตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ วุฒิปาณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1131/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา