⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3297/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3297/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารตามที่บรรยายฟ้องไว้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินของวัด ได้บังอาจร่วมกันปลอมเอกสารคือใบเสร็จรับเงินของคณะกรรมการวัดขึ้นทั้งฉบับ เพื่อรับเงินบำรุงวัดไปโดยอาศัยที่ตนมีหน้าที่นั้น และจำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนเองโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กรรมการวัดและเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และประชาชนทั่วไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,157 และ 161 ดังนี้ ถือได้ว่า โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 264 ไว้ครบถ้วนและประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวด้วย เมื่อได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารตาม-มาตรา 264 ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ จึงลงโทษจำเลยตามมาตราดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก ๑ คน ซึ่งรับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอวังสพุง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินของวัดวิเวกธรรมคุณ ได้บังอาจร่วมกันปลอมเอกสารคือใบเสร็จรับเงินของคณะกรรมการวัดวิเวกธรรมคุณขึ้นทั้งฉบับ เพื่อรับเงินบำรุงวัดดังกล่าวจำเลยสามหมื่นบาท ไปจากหลักฐานบัญชีของทางราชการโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนกังานมีหน้าที่รักษาทรัพย์สินและการเงินของแผนกศึกษาธิการจังหวัดเลย หลังจากได้ปลอมใบเสร็จรับเงินเพื่อบำรุงวัดวิเวกธรรมคุณจำนวนสามหมื่นบาทออกไปจากบัญชีของทางราชการแล้ว จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันเบียดบังเอาเงินจำนวนสามหมื่นบาทนั้นเป็นของตนเองโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายหมอน นายสังวรณ์ นายสิทธิ์ กรรมการวัด วิเวกธรรมคุณ และเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้รักษาราชการจังหวัดเลยและประชาชนทั่วไป เจ้าพนักงานยึดใบเสร็จรับเงินปลอม ๑ ฉบับไว้เป็นของกลางขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๗,๑๖๑,๘๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๑๓ และริบใบเสร็จของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังว่าจำเลยปลอมเอกสารใบเสร็จรับเงินพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุกจำเลยไว้ ๑ ปี ข้อหาอื่นให้ยก ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางริบ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ใบเสร็จรับเงินอุดหนุนของวัดวิเวกธรรมคุร ฉบับลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๘ เป็นเอกสารปลอมที่จำเลยเป็นผู้ทำขึ้น ซึ่งทำให้ นายสิทธิ์ นายหมอน นายสังวรณ์ได้รับความเสียหาย วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในปัญหาต่อไปที่ว่า จะลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ ตามฟ้อง ข้อ ก. และข้อ ข. กล่าวว่า จำเลยยักยอกเอาเงินจำนวนสามหมื่นบาทเป็นของตนเองโดยทุจริตอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและโดยมิชอบ ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องต่อไปว่า "เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายหมอน นายสังวรณ์ และนายสิทธิ์ และเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และประชาชนทั่วไป" อันเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ถือได้ว่าโจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมเอกสารของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ไว้ครบถ้วนและประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวด้วยเมื่อการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ จึงลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ได้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3297/2522 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายวัชรง รัตนสีหา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · ล. - นายวัชรง รัตนสีหา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภักดิ์ บุณย์ภักดี · วิถี ปานะบุตร · ภิญโญ ธีรนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายรักเกียรติ แสงชมภู · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498ฎีกา 4328/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา