⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 334/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกได้ บุคคลนั้นต้องได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมาย หรือตามพินัยกรรมเท่านั้น และการฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกนั้น ผู้จัดการมรดกต้องได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยด้วย

ย่อคำพิพากษา

เจ้ามรดกทำพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกในรูปคณะกรรมการจัดการมรดกโดยระบุชื่อบุคคลพวกหนึ่ง และระบุตำแหน่งอีกพวกหนึ่งรวมทั้งหมด 11 ท่าน โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสงครามรวมอยู่ด้วย และมีข้อกำหนดไว้ว่าให้คณะกรรมการตั้งแต่ 5 ท่านขึ้นไปเป็นองค์ประชุมจัดการทรัพย์มรดกได้ พินัยกรรมมิได้ระบุชื่อโจทก์หรือตั้งโจทก์ให้เป็นคณะกรรมการจัดการมรดก โจทก์ในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่เป็นผู้จัดการมรดก ตามคำฟ้องของโจทก์อ่านเข้าใจได้ว่าโจทก์ในฐานะส่วนตัวได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม มิได้อ้างว่าโจทก์เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสงคราม หรือฟ้องในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ร้องและพยานในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๑/๒๕๑๘ ของศาลจังหวัดมหาสงคราม เรื่องร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกนางนิกรนรารักษ์ ( ไม่มีพินัยกรรม ) ได้เบิกความตอบทนายผู้ร้องว่า ทรัพย์มรดกของนางนิกรนรารักษ์ท้ายคำร้องไม่มีพินัยกรรม ซึ่งความจริงขุนและนางนิกรนรารักษ์ได้ทำพินักยรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวไว้ และแต่งตั้งให้โจทก์ จำเลยและบุคคลผู้มีชื่ออื่น ๆ อีกรวม ๑๑ คนเป็นผู้จัดการมรดกให้เป็นไปตามพินัยกรรม ความจริงจำเลยก็ทราบดีว่าขุนและนางนิกรนรารักษ์ได้ทำพินัยกรรม ดังกล่าวไว้ แต่จำเลยกลับปกปิดความจริงและเบิกความเป็นเท็จ เพื่อให้ศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว ข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี ทำให้ศาลสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางนิกรนรารักษ์ เป็นเหตุให้โจทก์และบุคคลผู้มีชื่ออื่น ๆ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมได้รับความเสียหาย ไม่สามารถจัดการมรดกของนางนิกรนรารักษ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดพินัยกรรมได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษจำเลยไว้ภายใน ๓ ปี จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะที่มีชีวิตอยู่ ขุนและนางนิกรนรารักษ์ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้แก่มูลนิธิ "ขุนและนางนิกรนรารักษ์" ต่อมาขุนและนางนิกรนรารักษ์ถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นหลานได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้อง อ้างว่าเจ้ามรดกมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๑/๒๕๑๘ ของศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาจำเลยได้เบิกความต่อศาลจังหวัด วินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์อ้างว่าโจทก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมได้รับความเสียหาย ไม่สามารถจัดการมรดกของนางนิกรนรารักษ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดพินัยกรรมได้ ปรากฏว่าในพินัยกรรมข้อ (๓) ระบุว่า "ข้าพเจ้าขอตั้งให้ผู้มีชื่อและตำแหน่งดังต่อไปนี้เป็นกรรมการจัดการมรดกของข้าพเจ้าคือ ๑. ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ฯลฯ ๔. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสงคราม ฯลฯ ๑๑. นางลักขณา เจียมปรีชา และขอให้คณะกรรมการตั้งแต่ ๕ ท่านขึ้นไปเป็นองค์ประชุม" เห็นได้ว่าเจ้ามรดกได้ตั้งผู้จัดการมรดกในรูปคณะกรรมการจัดการมรดกโดยระบุชื่อบุคคลพวกหนึ่งและระบุตำแหน่งอีกพวกหนึ่งรวมทั้งหมด ๑๑ ท่าน และมีข้อกำหนดไว้ว่าให้คณะกรรมการตั้งแต่ ๕ ท่านขึ้นไปเป็นองค์ประชุมจัดการทรัพย์มรดกได้ พินัยกรรมมิได้ระบุชื่อโจทก์ให้เป็นคณะกรรมการจัดการมรดกของเจ้ามรดก โจทก์ในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ตามคำฟ้องของโจทก์อ่านเข้าใจได้ว่าโจทก์ในฐานะส่วนตัวได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมและโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นส่วนตัว โดยไม่สามารถจัดการมรดกของนางนิกรนรารักษ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดพินัยกรรมได้ ฟ้องโจทก์มิได้อ้างว่าโจทก์เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสงครามหรือฟ้องในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสงคราม จึงเป็นฟ้องในฐานะส่วนตัวโดยแท้ แม้จะฟังว่าจำเลยเบิกความเท็จ โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2522 นายแพทย์บุญเติม ดิลกวิลาส โจทก์ นางบรรจง ณ บางช้าง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแพทย์บุญเติม ดิลกวิลาส · ล. - นางบรรจง ณ บางช้าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสุทิน ไชยชาญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมหมาย มณีรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3014/2531ฎีกา 8080/2538ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 191/2520ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา