⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 464/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะได้มาในอนาคต หากภายหลังนิติกรรมนั้นมีผลสมบูรณ์แล้ว คู่กรณีได้แสดงเจตนาให้สัตยาบันแก่การแสดงเจตนาเดิมนั้นอีกครั้ง ถือว่านิติกรรมนั้นมีผลผูกพันคู่กรณี.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ตกลงแลกเปลี่ยนที่พิพาทกับที่ดินของจำเลย ขณะตกลงแลกเปลี่ยนโจทก์ยังไม่มีสิทธิในที่พิพาท และที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่บิดายกให้โจทก์ ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่มีผลเป็นการแลกเปลี่ยน ทั้งเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1619 แต่ภายหลังที่บิดาตายแล้วจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทเป็นของตนตลอดมาโดยโจทก์ไม่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นปริยายว่าโจทก์สละสิทธิครอบครองที่พิพาทให้แก่จำเลยภายหลังที่ที่พิพาทตกเป็นของโจทก์แล้ว โดยมีเจตนาแลกเปลี่ยนที่ดินกันดังเดิม จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ต้องไปจดทะเบียนการโอนที่พิพาทให้จำเลย และจำเลยต้องไปจดทะเบียนโอนที่นาของตนที่แลกเปลี่ยนกับที่พิพาทให้โจทก์ ศาลล่างพิพากษาบังคับโจทก์โดยไม่บังคับจำเลยให้โอนที่ดินให้โจทก์ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369 แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาต่างตอบแทน (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 2430/2516)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1619

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน บิดาถึงแก่กรรมแล้ว ขณะบิดามีชีวิตอยู่ได้ทำพินัยกรรมยกที่นา ๑ แปลงให้โจทก์ เมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้วโจทก์เข้าครอบครองทำกินตลอดมา จำเลยขัดขวางและบุกรุกเข้าทำนาในที่ดินดังกล่าวทั้งแปลง ขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่พิพาทโจทก์ตกลงแลกเปลี่ยนกับที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งโจทก์จำเลยและนางมิดร่วมกันซื้อตั้งแต่ก่อนบิดาถึงแก่กรรมให้โจทก์ครอบครองทำกินในที่ดินแปลงนั้นไปพลางก่อน ส่วนที่พิพาทให้จำเลยและนามิดแบ่งกันครอบครองทำกินคนละ ๕ ไร่ เมื่อโจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยสมบูรณ์แล้วจึงไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กัน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ๑ ปี โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ไปทำนิติกรรมการโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย นางมิดขอเข้าเป็นจำเลยร่วม โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เดิมโจทก็เช่าที่ดินที่ว่าร่วมกันซื้อนั้นจากจำเลยทั้งสอง ต่อมาจำเลยตกลงขายส่วนของจำเลยให้โจทก์แล้วไม่ขาย แต่จะแลกกับที่พิพาทโจทก์ไม่ยอม จำเลยจึงบุกรุกเข้าทำนาในที่พิพาท การตกลงใด ๆ ก่อนที่พิพาทจะเป็นของโจทก์ไม่มีผล ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมพูดแลกเปลี่ยนที่ดินกันตั้งแต่นายสุ่มพูดจะยกที่พิพาทให้โจทก์ โดยมอบการครอบครองที่ดินให้กันและกัน เมื่อที่พิพาทตกมาเป็นของโจทก์ตามพินัยกรรม โจทก์ จำเลย และจำเลยร่วมยังคงครอบครองทำกินต่อไปไม่เกี่ยวข้องกัน ถือได้ว่ายังมีความตั้งใจแลกเปลี่ยนกันตามเดิม โจทก์สละเจตนาครอบครองที่พิพาทและมอบการครอบครองให้จำเลยและจำเลยร่วม แม้นิติกรรมการแลกเปลี่ยนที่ดินไม่ถูกแบบก็ใช้ได้ โจทก์หมดสิทธิในที่พิพาท ไม่ต้องวินิจฉัยเรื่องอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ไปจัดการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจำเลย จำเลยร่วมเป็นเจ้าของที่พิพาทต่อนายอำเภอเพชรบูรณ์ หากไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ามีเอกสาร น.ส. ๓ เลขที่ ๖๔ บิดาทำพินัยกรรมยกให้โจทก์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ และบิดาถึงแก่กรรมในปี ๒๕๑๒ นาทุ่งหินปูนเนื้อที่ ๑๘ ไร่ กับที่อาศัยประมาณ ๒ ไร่ เป็นที่ดินมือเปล่ามีเอกสาร น.ส. ๓ เลขที่ ๖๐๘ โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมกัน นาแปลงนี้ซื้อมาจากนายธูปเมื่อปี ๒๕๑๐ ซื้อแล้วโจทก์ไปทำนาทุ่งหินปูนนับแต่ปี ๒๕๑๐ เป็นต้นมาจนบัดนี้ โจทก์เสียภาษีบำรุงท้องที่นาทุ่งหินปูน ฝ่ายจำเลยและจำเลยร่วมเสียภาษีบำรุงท้องที่นาพิพาทตลอดมา ตามพฤติการณ์ฟังได้ดังที่จำเลยและจำเลยร่วมนำสืบว่า โจทก์ตกลงแลกเปลี่ยนที่พิพาทกับที่นาทุ่งหินปูนส่วนของจำเลยและจำเลยร่วมเมื่อทราบว่าบิดาจะยกที่พิพาทให้โจทก์ตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ โดยโจทก์เข้าครอบครองทำกินนาทุ่งหินปูน ส่วนจำเลยและจำเลยร่วมครอบครองทำกินที่พิพาท โดยมีข้อตกลงโอนที่ดินแก่กันเมื่อที่พิพาทเป็นสิทธิของโจทก์ ส่วนปัญหาที่ว่าการแลกเปลี่ยนที่ดินมีผลตามกฎหมายหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่าขณะตกลงแลกเปลี่ยนโจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาท ทั้งที่พิพาทเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่บิดายกให้โจทก์ ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่มีผลเป็นการแลกเปลี่ยนทั้งขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๙ เพราะเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย แต่ภายหลังที่บิดาตายแล้วจำเลยและจำเลยร่วมยังคงครอบครองที่พิพาทเป็นของตนตลอดมา โดยโจทก์ไม่เกี่ยวข้อง ย่อมเป็นปริยายว่าโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองที่พิพาทให้แก่จำเลยและจำเลยร่วมภายหลังที่ที่พิพาทตกเป็นของโจทก์แล้ว โดยมีเจตนาแลกเปลี่ยนที่ดินกันดังเดิม จำเลยและจำเลยร่วมย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ต้องไปจดทะเบียนการโอนที่พิพาทให้จำเลยและจำเลยร่วม แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาบังคับโจทก์โดยไม่บังคับจำเลยและจำเลยร่วมให้โอนนาทุ่งหินปูนส่วนของตนให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกันดังเดิม จำเลยและจำเลยร่วมย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ต้องไปจดทะเบียนการโอนที่พิพาทให้จำเลยและจำเลยร่วม แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาบังคับโจทก์โดยไม่บังคับจำเลยและจำเลยร่วมให้โอนนาทุ่งหินปูนส่วนของตนให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๙ แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้ ศาลฎีกาแก้ให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการชำระหนี้ตามสัญญาต่างตอบแทน เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๓๐/๒๕๑๖ ระหว่างนายบัว ช้างเจริญ โจทก์ นายผล แสนจินดา จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและจำเลยร่วมจดทะเบียนโอนนาทุ่งหินปูน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2522 นายยัน ปิ่นป้อง โจทก์ นายน้อย ปิ่นป้อง ล. นางมิด ปิ่นป้อง จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยัน ปิ่นป้อง · ล. - นายน้อย ปิ่นป้อง · จำเลยร่วม - นางมิด ปิ่นป้อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเจตน์ เคลื่อนคล้อย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 967/2491ฎีกา 6321/2544ฎีกา 8364/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 1165/2537ฎีกา 805/2506ฎีกา 6663/2538ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 367/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา