⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 471/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบันโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 21 แต่หากจำเลยได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนโบราณสาขาเวชกรรมแล้วกระทำการประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรม ถือว่าไม่ได้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่นผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม 2511 ยกเลิก พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ 2479 ในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรมเหตุผลในการตรากฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม เพื่อแยกควบคุมสาขาเวชกรรมโดยเฉพาะต่างหากจากการประกอบโรคศิลปะสาขาอื่นเมื่อปรากฏตามฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ สาขาเวชกรรม แต่จำเลยกระทำการประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรม จำเลยจึงไม่ได้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่นผิดไปจากสาขาที่จำเลยได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ 2479 มาตรา 16 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2511 มาตรา 6 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษ การที่จำเลยประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2511 มาตรา 21ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายนี้ไม่ได้เพราะเกินคำขอ ต้องยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2520 เวลากลางวัน จำเลยเป็นผู้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ สาขาเวชกรรม มีสิทธิบำบัดโรคและปรุงหรือตั้งยาให้คนเจ็บไข้ได้เฉพาะตามหลักซึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณใช้สืบกันมาแต่จำเลยบังอาจบำบัดโรคโดยการฉีดยาเข้าร่างกายของนายกลับ เรื่องราย ผู้ป่วย 3 เข็ม อันเป็นการประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นการประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นที่จำเลยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเหตุเกิดที่ตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 มาตรา 16, 21พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2509 มาตรา 6พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2511 มาตรา 6กฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2479 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 มาตรา 16, 21 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2509 มาตรา 6 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2511 มาตรา 6 กฎกระทรวงหมาดไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2479 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ขณะจำเลยกระทำผิดได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 จึงลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 ในส่วนที่เกี่ยวกับเวชกรรม เหตุผลในการตรากฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรมเพื่อต้องการแยกการประกอบวิชาชีพสาขาเวชกรรมออกไปควบคุมโดยเฉพาะต่างหากจากการควบคุมการประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น ซึ่งมีอีกหลายสาขาดังที่พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 มาตรา 4กำหนดไว้ ปรากฏตามฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ สาขาเวชกรรม แต่จำเลยกระทำการประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขาเวชกรรม จำเลยจึงไม่ได้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่นผิดไปจากสาขาที่จำเลยได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 มาตรา 16 ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2511 มาตรา 6ที่โจทก์ ขอให้ลงโทษการที่จำเลยประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 มาตรา 21 แต่ศาลจะลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายนี้ไม่ได้เพราะเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคต้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยมาไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2522 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายคุ้ม งามยิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายคุ้ม งามยิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ