คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมจะสมบูรณ์และมีผลใช้บังคับได้ ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย
2. สมาชิกย่อมมีสิทธิฟ้องเพิกถอนการกระทำของกรรมการที่ฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมที่ได้จดทะเบียนไว้ แม้จะมิได้คัดค้านไว้ก่อนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
บรรดาสมาคมนอกจากจะต้องมีข้อบังคับและต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1275 แล้ว การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับใหม่นั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1283 วรรคสอง ยังบังคับให้ส่งสำเนาข้อบังคับที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมใหม่สามฉบับไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ลงมติ ฉะนั้น แม้ข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขใหม่นั้นจะได้รับความยินยอมจากสมาชิกสามัญเกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดและได้รับอนุมัติจากท่านศาสดาสมเด็จสังฆราชถูกต้องตามข้อบังคับของสมาคม แต่เมื่อข้อบังคับดังกล่าวยังมิได้จดทะเบียนตามที่กฎหมายบังคับไว้ จึงยังไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลใช้บังคับแก่สมาคม
เมื่อจำเลยจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมที่ได้จดทะเบียนไว้ โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยให้เพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการที่ฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมได้ แม้จะมิได้คัดค้านไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่หลักธรรมคำสั่งสอนศาสดาศรีสัตย์ คุรุรามซิงห์ มีนายยัสปาล ซิงห์ คุรุวาฬ เป็นนายกและผู้จัดการสมาคม เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๑๗ จำเลยจัดให้มีการเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ของสมาคม โดยวิธีจับสลากจากใบสมัครของสมาชิกตามอำเภอใจ เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสมาคมตามเอกสารท้ายฟ้อง เป็นผลเสียหายแก่สมาคมและสมาชิกสมาคม โจทก์กับพวกซึ่งเป็นสมาชิกได้คัดค้านและขอให้จำเลยเลือกตั้งคณะกรรมการเสียใหม่ให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ ของสมาคม จำเลยไม่ยอมปฏิบัติ ขอให้ศาลเพิกถอนมติของสมาคมในการเลือกตั้งคณะกรรมการดังกล่าว และสั่งให้จำเลยจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ประจำปี ๒๕๑๗ ตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมและตามกฎหมาย
จำเลยให้การว่า ระเบียบข้อบังคับของสมาคมท้ายฟ้องได้มีการเปลี่ยนแปลงบางข้อ โดยได้รับความยินยอมจากสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของสมาชิกทั้งหมด และได้รับอนุมัติจากศาสดาสมเด็จ สังฆราชศรีสัตย์ คุรุ ยักยิต ซิงห์ ในการประชุมเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๑๗ สมาชิกสามัญเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดเห็นควรให้เลือกกรรมการโดยวิธีจับสลากแทนการได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จสังฆราช จำเลยจึงได้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามความประสงค์ของสมาชิกส่วนใหญ่ ไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสมาคม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมจำเลยเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๑๗ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก
โจทก์ จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า สมาคมได้จดทะเบียนข้อบังคับในข้อ ๑ ว่า "การจัดดำเนินงานของสมาคมต้องมีคณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกรรมการ ๑๕ นายจากสมาชิกสามัญ" และข้อ ๒ ว่า "กรรมการในจำนวนนี้ ๑๓ นายต้องได้รับการเลือกตั้งโดยวิธีใช้บัตรลงคะแนนจากการประชุมเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ส่วนกรรมการอีก ๒ นายที่เหลือนั้นต้องได้รับแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ ๑๓ นายที่ได้รับเลือกตั้งแล้ว" ต่อมานายยัสปาล ซิงห์ นายกสมาคมจำเลยได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับดังกล่าวหลายข้อต่อผู้บังคับการตรวจสันติบาล โดยเฉพาะในข้อ ๒ เปลี่ยนเป็นว่า "สมเด็จพระสังฆราชศรีสัตย์ คุรุ ยักยิต ซิงห์ จะทรงแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน ๑๓ ท่านทุกปีด้วยการพจิารณาแต่งตั้งเลือกจากใบสมัครที่สมาชิกยื่นส่งไปตามเวลาที่กำหนด แล้วคณะกรรมการจำนวน ๑๓ ท่านนี้จะเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมอีก ๒ ท่าน" แต่เนื่องจากมีสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยได้ยื่นคำคัดค้านขอให้ยับยั้งการจดทะเบียนและได้ฟ้องเป็นคดีอยู่ที่ศาลแพ่ง เจ้าพนักงานจึงยังไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้แล้ววินิจฉัยว่า บรรดาสมาคมนอกจากจะต้องมีข้อบังคับและต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๗๕ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับใหม่นั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๘๓ วรรคสอง ยังบัญญัติบังคับให้ส่งสำเนาข้อบังคับที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมใหม่สามฉบับไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้ลงมติ ฉะนั้น แม้ข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขใหม่นั้นจะได้รับความยินยอมจากสมาชิกสามัญเกินกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดและได้รับอนุมัติจากท่านศาสดาสมเด็จสังฆราชศรีสัตย์ คุรุ ยักยิต ซิงห์ ถูกต้องตามข้อบังคับของสมาคมจำเลยแล้วก็ตาม เมื่อข้อบังคับดังกล่าวยังมิได้จดทะเบียนตามที่กฎหมายบัญญัติบังคับไว้ จึงยังไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลใช้บังคับแก่สมาคมจำเลย และเมื่อจำเลยจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมที่ได้จดทะเบียนไว้ โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมจำเลยย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยให้เพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการที่ฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมจำเลยดังกล่าวได้ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านไว้ก็หาทำให้โจทก์เสียสิทธิในการฟ้องร้องไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2522
นายผลสุข สุเมธพงศ์ โจทก์
สมาคมนามธารีสังคัต แห่งประเทศไทย โดยนายยัสปาลซิงห์ คุรุวาฬ นายก
สมาคมและผู้จัดการ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายผลสุข สุเมธพงศ์ · นายก - สมาคมนามธารีสังคัต แห่งประเทศไทย โดยนายยัสปาลซิงห์ คุรุวาฬ · ล. - สมาคมและผู้จัดการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เลิศวิรุฬห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา