⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 695/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานตามกฎหมาย ไม่ใช่คำสั่งที่นายจ้างต้องปฏิบัติตาม หากนายจ้างเห็นว่าคำเตือนนั้นไม่ถูกต้อง

ย่อคำพิพากษา

คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานตามข้อ 77 ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานออกตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103นายจ้างไม่ปฏิบัติตามก็ได้ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่มีโทษตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 8 ซึ่งเป็นเรื่องไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงมหาดไทยออกตามข้อ 2 ไม่ใช่ไม่ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103ได้รับคำร้องทุกข์จากนายบุ้นเฮ้าหรือเล็ก แซ่อึ้งและนายตื่ม ฟ้าคุ้มลูกจ้างของโจทก์ว่า โจทก์เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จำเลยที่ 1 สอบข้อเท็จจริงแล้วได้มีคำเตือนที่ 166/2520 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2520 ให้โจทก์ทราบ เพื่อให้โจทก์ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้อง ปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำเตือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้หรือไม่ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 และข้อ 14 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 กระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศไว้ในข้อ 77 ว่า "เมื่อปรากฏว่านายจ้างฝ่าฝืนประกาศนี้ พนักงานตรวจแรงงาน พนักงานเงินทดแทนอาจให้คำเตือนเพื่อให้นายจ้างได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำเตือนเสียก่อนก็ได้" ศาลฎีกาเห็นว่าคำเตือนของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารท้ายฟ้องมิใช่คำวินิจฉัยชี้ขาดหรือคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตาม เพราะหากโจทก์เห็นว่าคำเตือนนั้นไม่ถูกต้องจะไม่ปฎิบัติตามก็ได้ ดังนั้นคำเตือนดังกล่าวจึงยังไม่มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายแพ่ง ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำเตือนดังกล่าว ที่โจทก์ฎีกาอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 8 ว่ากำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำเตือนให้มีโทษทั้งจำทั้งปรับ จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทางแพ่งโดยสมบูรณ์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ข้อ 8ความว่า "นายจ้างและลูกจ้างผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงมหาดไทยซึ่งออกตามความในข้อ 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" หมายความว่าหากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงหมาดไทยดังกล่าวโจทก์ก็มีความผิดทางอาญา หาได้หมายถึงกรณีที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานอย่างใดคดีนี้ไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2522 นายเริงศักดิ์ วชิรโรจน์ไพศาล โจทก์ นายบุญเลื่อน ปั้นอยู่ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเริงศักดิ์ วชิรโรจน์ไพศาล · จำเลย - นายบุญเลื่อน ปั้นอยู่ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ วราภรณ์ · ยง โรจน์สุพจน์ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา