คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันคู่ความตามกฎหมาย และผู้ครอบครองทรัพย์สินแทนเจ้าของจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เว้นแต่จะได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองเป็นของตนเองโดยชัดแจ้ง
ย่อคำพิพากษา
ศาลฎีกาได้พิพากษาในคดีก่อนว่า โจทก์ได้กู้เงินจำเลยและมอบที่นาพิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย คำพิพากษานี้จึงผูกพันโจทก์จำเลยอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 เมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้วจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังโจทก์ว่าจำเลยจะยึดถือครอบครองในฐานะเจ้าของต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 จำเลยจะอ้างระยะเวลาหนึ่งปีมาตัดสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ หรือจำเลยจะโต้เถียงในชั้นนี้อีกว่า ความจริงจำเลยครอบครองในฐานะเจ้าของ ซึ่งเป็นการเถียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยต้องผูกพันอยู่หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้เงินจำเลยและมอบที่นาให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยโจทก์นำเงินไปชำระ จำเลยไม่ยอมรับ อ้างว่าโจทก์ขายนาให้แล้ว และจำเลยยังฟ้องให้โจทก์โอนขายที่นาให้จำเลย ต่อมาคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่า ที่นาเป็นของโจทก์มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยจำเลยไม่ยอมออกจากนาของโจทก์ ขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากนาพิพาท
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่เคยมอบที่นาให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย แต่ได้ขายนาพิพาทให้จำเลยและมอบนาพิพาทให้จำเลยครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ โจทก์ไม่เคยนำเงินกู้มาชำระให้แก่จำเลย จำเลยได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบแล้วว่า จำเลยครอบครองนาพิพาทรายนี้อย่างเจ้าของ โจทก์ไม่ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี จึงหมดสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามเกี่ยวข้องต่อไปอีก
จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์จำเลยเคยพิพาทฟ้องร้องกันมาก่อนและคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์ได้กู้เงินจำเลยและมอบที่นาพิพาทนี้ให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย คำพิพากษานี้จึงผูกพันโจทก์จำเลยอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ข้อเท็จจริงแห่งคดีไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้วจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังโจทก์ว่า จำเลยจะยึดถือครอบครองในฐานะเจ้าของต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 ฉะนั้น จำเลยจะอ้างระยะเวลาหนึ่งปีมาเป็นข้อตัดสิทธิฟ้องร้องของโจทก์หาได้ไม่ และจำเลยจะยกขึ้นโต้เถียงในชั้นนี้อีกว่าความจริงจำเลยครอบครองในฐานะเจ้าของ ย่อมเป็นการเถียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยต้องผูกพันอยู่ ฎีกาของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2522
นายเหียบ จิตเจริญ โจทก์
นายน่วม สุดประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหียบ จิตเจริญ · จำเลย - นายน่วม สุดประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา