⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 111-112/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111-112/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ แม้จะไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ก็ถือเป็นที่สาธารณะได้เมื่อมีการแสดงเจตนาอุทิศและใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะ.

ย่อคำพิพากษา

การอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ แม้จะไม่แก้โฉนดก็เป็นที่สาธารณะได้ การที่โจทก์เช่าที่พิพาทมาแต่เข้าครอบครองใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะมีเพิงและบ้านของจำเลยปลูกกีดขวางอยู่ก่อน เมื่อผู้ครอบครองดูแลที่พิพาทซึ่งมีสิทธิฟ้องขับไล่ จำเลยได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ขอให้บังคับขับไล่จำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินและสะพานท่าจอดเรือของโจทก์ร่วมเพื่อทำท่าจอดเรือรับส่งคนโดยสาร จำเลยปลูกเพิงและบ้านบังหน้าที่ดินที่โจทก์เช่าและปิดทางขึ้นลงท่าจอดเรือ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้รื้อและใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า จำเลยเช่ามาจากจำเลยร่วม ฯลฯ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและเรียกค่าเสียหาย กรมชลประทานเป็นโจทก์ร่วม และนายวรพงศ์เป็นจำเลยร่วม โดยศาลชั้นต้นเรียกเข้ามาตามคำขอของโจทก์ โจทก์ร่วมยื่นคำร้องสอดว่า เดิมที่พิพาทเป็นทางน้ำชลประทานอยู่ในความดูแลรักษาของโจทก์ร่วม จำเลยร่วมอนุญาตก่อสร้างเขื่อนในคลองตลอดแนวเขตที่ดินจำเลยร่วมแล้วถมดินปรับพื้นหลังเขื่อน จำเลยร่วมยอมให้โจทก์ร่วมกันเขตที่ดินจากแนวตลิ่งเข้าไปในที่ดินของจำเลยร่วมเป็นเขตชานคลอง จึงเป็นที่สาธารณะอยู่ในความควบคุมดูแลและบำรุงรักษาของโจทก์ร่วม จำเลยร่วมขอเช่าที่พิพาทจากโจทก์ร่วมเพื่อสร้างสะพานท่าจอดเรือยกกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ร่วม จำเลยร่วมไม่มีอำนาจนำที่ดินไปให้เช่า ขอให้บังคับจำเลยและจำเลยร่วมรื้อถอน ฯลฯ จำเลยร่วมให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยร่วม จำเลยเช่าที่พิพาทจากจำเลยร่วม โจทก์ร่วมไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การที่โจทก์ร่วมนำที่กันเขตชานคลองไปให้โจทก์เช่าขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย สิทธิการเช่าตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนและร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของจำเลยร่วมเท่ากับยอมอุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นเขตชานคลองอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลและบำรุงรักษาของโจทก์ร่วมแล้วโดยปริยายและการอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะแม้จะไม่แก้โฉนดก็เป็นที่สาธารณะได้ และการที่โจทก์เช่าที่พิพาทมาจากกรมชลประทานแต่เข้าครอบครองใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะมีเพิงและบ้านของจำเลยปลูกกีดขวางอยู่ก่อน เมื่อกรมชลประทานซึ่งเป็นผู้ครอบครองดูแลที่พิพาทมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมขอให้บังคับขับไล่จำเลยโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111 - 112/2523 นายทองหล่อ พฤทธพงศ์ โจทก์ นายปรีชา เอี่ยมยัง กับพวก จำเลย โจทก์ร่วม จำเลย กรมชลประทาน จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นายวรพงศ์ พิชญ์พงศา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองหล่อ พฤทธพงศ์ · จำเลย - นายปรีชา เอี่ยมยัง กับพวก · จำเลย - โจทก์ร่วม · จำเลย - กรมชลประทาน · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - นายวรพงศ์ พิชญ์พงศา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2962/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา