คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขาย แม้จะแตกต่างจากที่ระบุไว้ในฟ้องเล็กน้อย แต่หากเป็นการชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ไม่ถือเป็นการนำสืบนอกฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองขายเรือพิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 10,000 บาท โดยทำเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน และจำเลยทั้งสองได้รับเงินค่าเรื่อนดังกล่าวไปครบถ้วนนับแต่วันทำสัญญาซื้อขายแล้ว การที่โจทก์นำสืบถึงมูลเหตุที่โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำหนังสือสัญญาซื้อขายเรือนพิพาทเพียง 3,000 บาท ทั้งนี้ก็เพราะจำเลยทั้งสองได้ขอให้โจทก์นำเอาหนี้เงินที่จำเลยทั้งสองค้างอยู่ 7,000 บาท มาหักเป็นค่าเรือนด้วย เป็นการนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าเรือนพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนตามสัญญา จึงหาเป็นการนำสืบนอกฟ้องไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือขายเรือนให้แก่โจทก์ ๑ หลัง ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองรับเงินค่าเรือนไปครบถ้วนแล้ว จำเลยยังคงอยู่ในเรือนต่อไป โจทก์ไม่สามารถจะรื้อถอนเรือนนั้นไปได้ ขอให้จำเลยส่งมอบเรือนและค่าเสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองกู้เงินโจทก์จำนวน ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ให้จำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญาขายเรือนพิพาทให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักฐานแทนหนังสือสัญญาเงินกู้ยืม เพื่อให้โจทก์จะได้เรือนพิพาท เป็นการประกันหนี้เงินยืม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งมอบเรือนพิพาทให้แก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องต่อไป และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ ข.๑ เฉพาะส่วนที่ว่าโจทก์นำสืบว่าการชำระราคาบ้านเป็นการหักกลบลบหนี้ เป็นการนำสืบนอกฟ้องนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับอุทธรณ์ข้อนี้
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่ถือเป็นการนำสืบนอกฟ้อง พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ดังกล่าว
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ขายเรือนพิพาทให้แก่โจทก์ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท โดยทำเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน และจำเลยทั้งสองได้รับเงินค่าเรื่อนดังกล่าวไปครบถ้วนนับแต่วันทำสัญญาซื้อขายแล้ว แต่จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้และนำสืบว่า ความจริงจำเลยทั้งสองได้กู้เงินโจทก์ ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ให้จำเลยทั้งสองทำเป็นหนังสือสัญญาขายเรือนพิพาทให้แก่โจทก์ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท แทนสัญญากู้เพื่อเป็นการประกันหนี้ ในวันทำสัญญาซื้อขายโจทก์จ่ายเงินให้แก่จำเลยทั้งสองรับไป ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ได้นำสืบถึงมูลเหตุที่โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำหนังสือสัญญาซื้อขายเรือนพิพาทเพียง ๓,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ก็เพราะจำเลยทั้งสองได้ขอให้โจทก์นำเอาหนี้เงินที่จำเลยทั้งสองค้างอยู่ ๗,๐๐๐ บาท มาหักเป็นค่าเรือน แสดงให้เห็นว่า โจทก์ได้ชำระค่าเรือนพิพาทจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนตามสัญญาแล้ว การนำสืบของโจทก์เพื่อหักล้างข้อนำสืบของจำเลย และเป็นการนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าเรือนพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนตามสัญญาดังกล่าว จึงหาเป็นกาารนำสืบนอกฟ้องดังที่จำเลยฎีกานั้นไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2523
นางถนอม หรือถนอมจิตต์ แสนหล้า โจทก์
นายสติ แซ่อึ้ง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางถนอม หรือถนอมจิตต์ แสนหล้า · จำเลย - นายสติ แซ่อึ้ง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายมาโนชญ์ คงมนต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัช รัตนอุดม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา