⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 152/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 152/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบีบบังคับให้บุคคลอื่นเลิกสัญญากับบุคคลที่สาม เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย แม้ผู้เสียหายจะขาดทุนอยู่ก่อนแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยร่วมกับพวกในการนัดหยุดงาน ปิดล้อมเครื่องบินและบีบบังคับให้สายการบินเลิกสัญญากับโจทก์ ถ้าไม่เลิกสัญญาก็จะไม่ยอมเลิกปิดล้อมและไม่ยอมให้เครื่องบินเดินทางต่อไปนั้น การบีบบังคับให้เลิกสัญญาดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียหาย จึงเป็นการละเมิดจำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น แม้โจทก์จะขาดทุนอยู่ก่อนก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนร่วมในการนัดหยุดงานด้วย ข้อที่ต้องพิจารณามีว่า จำเลยมีส่วนร่วมในการบีบบังคับสายการบินลุฟแฮนซ่า และสายการบินแอร์ฟร้านช์หรือไม่นายปีเตอร์ เทรลลิก ผู้จัดการสถานีของบริษัทการบินลุฟแฮนซ่าที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ เบิกความว่าจำเลยได้บอกให้บริษัทลุฟแฮนซ่าเลิกสัญญาบริการกับโจทก์ แล้วพวกปิดล้อมเครื่องบินจะเลิกปิดล้อม บริษัทแอร์ฟร้านซ์ก็เกิดกรณีเช่นเดียวกัน คือให้เลิกสัญญากับโจทก์แล้วคนงานจึงเลิกปิดล้อม ฝ่ายจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนในการบีบบังคับให้สายการบินทั้งสองเลิกสัญญากับโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าการนัดหยุดงานและปิดล้อมเครื่องบินครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โจทก์ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของพนักงานบริษัทโจทก์ เมื่อฟังว่าจำเลยมีส่วนร่วมในการนัดหยุดงาน ก็น่าเชื่อว่าเป็นความจริงตามที่นายปีเตอร์ เทรลลิก เบิกความเพราะการบีบบังคับให้สายการบินทั้งสองเลิกสัญญากับโจทก์ย่อมจะมีผลเป็นการบีบบังคับโจทก์ให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องนั่นเอง จึงเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่าจำเลยร่วมกับพวกในการนัดหยุดงานและปิดล้อมเครื่องบินของสายการบินลุฟแฮนซ่าและสายการบินแอร์ฟร้านซ์ กับบีบบังคับให้สายการบินทั้งสองเลิกสัญญากับโจทก์ ถ้าไม่เลิกสัญญาก็จะไม่ยอมเลิกปิดล้อมและไม่ยอมให้เครื่องบินเดินทางต่อไป การบีบบังคับให้สายการบินทั้งสองเลิกสัญญากับโจทก์เช่นนี้ เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียหายเป็นการละเมิด ข้อต่อมา จำเลยฎีกาว่าการที่โจทก์ต้องหยุดกิจการหาทำให้โจทก์เสียหายขาดรายได้ไม่ บริษัทโจทก์ไม่มีรายได้ ไม่มีกำไร มีแต่ขาดทุนการหยุดงานของโจทก์จึงไม่เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จะมีกำไรหรือขาดทุนก็ตาม เมื่อจำเลยทำละเมิดจำเลยก็ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น แม้โจทก์จะขาดทุนอยู่ก่อนจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะทำความเสียหายให้ขาดทุนยิ่งขึ้น ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายโดยพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดที่จำเลยกับพวกก่อขึ้น เป็นการใช้ดุลพินิจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 438 จำเลยมิได้ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจโดยมิชอบอย่างใดไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 152/2523 บริษัท แทรเวล เซอร์วิส จำกัด โจทก์ นายจุเลียม คเชตะนันทน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท แทรเวล เซอร์วิส จำกัด · จำเลย - นายจุเลียม คเชตะนันทน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา