⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1646/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าศาลแรงงานกลางจะนำบทบัญญัติมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาใช้บังคับแก่การเลิกจ้างที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับได้หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าว.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาที่ว่าศาลแรงงานกลางจะนำบทบัญญัติมาตรา 49 แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ มาใช้บังคับแก่การเลิกจ้างก่อนกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับได้หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้จะมิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่า กันมาก็ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ ประกาศใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2522 และมาตรา 49 มีผลเป็นการให้สิทธิแก่ลูกจ้างที่จะไม่ต้องถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตั้งแต่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดิม แต่เมื่อได้ความว่าเป็นกรณีที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยไม่เป็นธรรมตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2521 ซึ่งตามมาตรา 81 (9) แพ่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 บัญญัติให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่จะวินิจฉัยชี้ขาดและมีคำสั่ง ศาลแรงงานกลางจึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาสั่งให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานตามที่โจทก์ขอโดยอาศัยมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑ จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน โดยกล่าวหาว่า โจทก์กระทำผิด ทำการติดตั้งเครื่องพ่วงต่อจากโทรศัพท์หมายเลข ๓๙๓๒๒๕๐ ไม่ถูกต้องตามระเบียบฯ อันเป็นการผิดวินัย โจทก์มิได้กระทำความผิดดังที่ถูกล่าวหา เหตุที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานองค์การ ฯ จำเลย และมีส่วนเรียกร้องให้มีการปราบปรามการทุจริตในองค์การฯ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนไม่ต่ำกว่า เดิม ให้จำเลยจ่ายเงินตกเบิกซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๐ ถึงวันเลิกจ้างและให้จำเลยจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานรวมทั้งสิทธิอันพึงมีพึงได้จากการหางานในตำแหน่งหน้าที่ทุกประการ จำเลยให้การว่า ได้ให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์กระทำผิดข้อบังคับ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบ เพื่อความเป็นธรรม จึงพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม อัตราเงินเดือนที่ได้รับในขณะเลิกจ้าง นับเวลาการทำงานติดต่อกัน และให้โจทก์มีสิทธิได้รับการปรับอัตราเงินเดือนย้อนหลัง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นการพิจารณาพิพากษาสั่งตามอำนาจของศาลแรงงานตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ แต่ปรากฏว่า กรณีพิพาทรายนี้จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานอันถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลแรงงานกลางจะนำมาตรา ๔๙ มาพิจารณาและพิพากษาสั่งโดยที่ปัญหาข้อนี้จะมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ เพิ่งประกาศใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒ เป็นต้นมา และบทบัญญัติมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว มีผลเป็นการให้สิทธิแก่ลูกจ้างที่จะไม่ต้องถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ แต่ในวันที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานอันเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมนั้น มาตรา ๔๙ นี้ ยังมิได้ประกาศใช้บังคับ กรณีการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมเช่นนี้คดีนี้จึงต้องบังคับตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะเลิกจ้าง ซึ่งมาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมแรงงานสัมพันธ์ที่จะวินิจฉัยชี้ขาดและมีคำสั่ง ฉะนั้น ศาลแรงงานกลางจึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาสั่งให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่ง เดิมและอัตราเงินเดือนที่ได้รับในขณะเลิกจ้างโดยอาศัยมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน ฯ ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2523 นายวิสิทธิ์ วงศ์ทองเหลือ โจทก์ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิสิทธิ์ วงศ์ทองเหลือ · จำเลย - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายรุทธ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 859/2527ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา