⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1897/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1897/2523

ป.อาญา ม.188, 341

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้ตามเช็คไม่ครบถ้วนภายหลังธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่ทำให้คดีอาญาตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 5 วรรคสาม เลิกกัน และจำเลยยังคงต้องรับผิดตามฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ภายหลังจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วจำเลยจึงชำระเงินให้โจทก์ แต่ไม่ครบตามจำนวนเงินในเช็คพิพาท คดีจึงไม่เลิกกันตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 5 วรรคสาม และไม่เป็นผลที่จะทำให้จำเลยพ้นจากความรับผิดตามฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.5

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 3 จำคุก 3 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และ 188 ให้ลงโทษตามมาตรา 188 อันเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่า จำเลยได้ออกเช็คพิพาทจำนวนเงิน 28,000 บาท ชำระหนี้ให้โจทก์ แต่โจทก์รับเงินตามเช็คไม่ได้เพราะธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องด้วยจำเลยไม่มีเงินพอจ่าย โจทก์ทวงถามเงินจากจำเลย จำเลยชำระให้ 12,000 บาท ยังคงค้างอยู่อีก 16,000 บาท ต่อมาโจทก์ไปที่บ้านจำเลยเพื่อทวงถามเงินที่ยังค้างอยู่นี้ แล้วจำเลยได้หลอกลวงโจทก์ว่าจะชำระเงินที่ค้าง ขอดูเช็คพิพาท พอโจทก์ส่งให้จำเลยก็ฉีกทำลายเสีย จำเลยฎีกาว่า เมื่อจำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้โจทก์แล้วบางส่วนคือ 12,000 บาท จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ตามที่โจทก์ฟ้องศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการที่จำเลยชำระเงินบางส่วนให้โจทก์ภายหลังจากที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทเนื่องด้วยเงินในบัญชีของจำเลยมีไม่พอจ่าย จำเลยย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ตามที่โจทก์ฟ้องแล้ว เพราะความผิดของจำเลยได้เกิดขึ้นแล้วในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จริงอยู่แม้ตามมาตรา 5 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ บัญญัติว่า "ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 3 ได้นำเงินตามเช็คไปชำระแก่ผู้ทรงเช็คหรือแก่ธนาคารเพื่อจ่ายเงินตามเช็คภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ทรงเช็คได้บอกกล่าวให้ผู้ออกเช็คได้รับทราบว่าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน ให้คดีเป็นอันเลิกกันตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" แต่คดีนี้ก็ได้ความว่าจำเลยคงชำระเงินให้โจทก์เพียง 12,000 บาทเท่านั้น ไม่ครบตามจำนวนเงินในเช็คพิพาท คดีจึงไม่เลิกกันตามที่กฎหมายบังคับไว้และไม่เป็นผลที่จะทำให้จำเลยพ้นจากความรับผิดตามฟ้องของโจทก์ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1897/2523 นายกมล สิงห์ไทยนิยม โจทก์ นายวิชัย แซ่ปึง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกมล สิงห์ไทยนิยม · จำเลย - นายวิชัย แซ่ปึง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 1368/2505ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 7364/2538ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 8496/2558ฎีกา 3245/2545ฎีกา 571/2466ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 2843/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 21183/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา