⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1955/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1955/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ทรัพย์สินที่เช่าถูกทำลายไปโดยเหตุสุดวิสัย ไม่ทำให้สัญญาเช่าระงับสิ้นไป หากทรัพย์สินนั้นเป็นเพียงส่วนควบของทรัพย์สินที่เช่า 2. การที่เจ้าของที่ดินนำที่ดินส่วนหนึ่งที่ผู้เช่าเดิมเช่าอยู่ ไปให้บุคคลอื่นเช่าอีก ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้เช่าเดิม

ย่อคำพิพากษา

แม้อาคารของโจทก์ที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ดินที่โจทก์เช่าจากจำเลยจะถูกเพลิงไหม้เสียหายหมดก็ตาม ก็ไม่มีเหตุที่จะทำให้สัญญาเช่าที่ดินระงับสิ้นไป โจทก์ฟ้องอ้างว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 นำที่ดินที่โจทก์เช่าไปให้จำเลยที่ 3 เช่าอีก ทับที่เช่าโจทก์ดังนี้ แสดงว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับการเช่าของโจทก์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.567

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิเช่าที่พิพาท ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องทำการปลูกสร้างอาคารใด ๆ ลงไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แต่ พ.ศ. 2504 ตลอดมาจนถึงฉบับสุดท้ายพ.ศ. 2519 โดยทำสัญญาเป็นหนังสือไม่ได้จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินกำหนดเวลาเช่าครั้งละ 3 ปีบ้าง 1 ปีบ้าง ติดต่อกันมา ขณะโจทก์ทำสัญญามีอาคารของนายชื่นปลูกอยู่และโอนขายให้โจทก์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2520 เกิดเพลิงไหม้อาคารในที่พิพาท ไหม้ตัวอาคารหมด จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จดทะเบียนการเช่าที่พิพาทให้จำเลยที่ 3 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2520 หลังไฟไหม้อาคาร จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ประกาศว่าที่ดินที่ถูกไฟไหม้ทั้งหมดห้ามบุคคลเข้าทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์แต่อย่างใด มีแต่ประกาศให้ทราบทั่วไปว่าไม่ให้เข้าเกี่ยวข้องในที่ถูกไฟไหม้เท่านั้น ดังนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าโจทก์เช่าที่ดินหรือเช่าอาคาร ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4 หรือ ล.7 ซึ่งโจทก์จำเลยส่งอ้างมีข้อความตรงกันเป็นการเช่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 652มิใช่เป็นการเช่าอาคาร และข้อเท็จจริงก็ฟังได้ตามที่จำเลยรับว่าขณะโจทก์ทำสัญญาเช่า มีอาคารของนายชื่นปลูกอยู่และโอนขายให้โจทก์ แสดงว่าจำเลยไม่มีอาคารที่จะให้โจทก์เช่าเลย สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ตามเอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 ก็เป็นการเช่าที่ดินทั้งสิ้น คดีฟังได้ว่าโจทก์เช่าที่ดินจากจำเลย มิใช่เช่าอาคาร ส่วนปัญหาเรื่องจำเลยบอกเลิกการเช่ากับโจทก์หรือไม่ เมื่อฟังว่าโจทก์เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยและอาคารในที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยซื้อมาจากนายชื่น เมื่อเกิดเพลิงไหม้อาคารของโจทก์ จึงไม่มีเหตุที่จะทำให้สัญญาเช่าระงับ ตามข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มิได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์ ทั้งจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็ไม่มีอำนาจยกเลิกสัญญาเช่าด้วย คดีฟังได้ว่าจำเลยมิได้บอกเลิกการเช่ากับโจทก์ สำหรับเรื่องอำนาจฟ้อง เห็นว่าโจทก์ฟ้องอ้างว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 2 นำที่ดินที่โจทก์เช่าไปให้จำเลยที่ 3 เช่าอีก ทับที่เช่าของโจทก์ ดังนี้ แสดงว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับการเช่าของโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1955/2523 นายไพโรจน์ เครือรัตน์ โจทก์ วัดมหาพุทธาราม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพโรจน์ เครือรัตน์ · จำเลย - วัดมหาพุทธาราม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 1292/2509ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา