⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1978/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2523

พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ม.13, 62, 89

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลลงโทษจำเลยในความผิดฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ตามฟ้อง ย่อมครอบคลุมถึงความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่ว่า จำเลยบังอาจสมคบร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในความครอบครองเพื่อขาย อันเป็นการขายตามกฎหมายนั้น เป็นการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว แม้คำขอท้ายฟ้องจะระบุมาตรา 13 กับ 62 อันเป็นความผิดฐานขายกับฐานมีไว้ในครอบครองมาทั้งสองมาตรา แต่เห็นได้ว่า เป็นเรื่องที่ให้ศาลลงโทษฐานขาย หากฟังไม่ได้ศาลจะได้ลงโทษฐานมีไว้ในครอบครองเท่านั้น เมื่อพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีไว้เพื่อขาย อันเป็นการขายตามมาตรา 13, 89 และ ศาลลงโทษจำเลยตามนั้นแล้ว ก็เป็นการลงโทษเต็มตามฟ้องแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.160 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.62 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.160 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน จำนวน ๑,๔๐๐ เม็ด ไว้ในความครอบครอง เพื่อขายอันเป็นการขายตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มาตรา ๑๓, ๖๒, ๘๙, ๑๐๖ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว ลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๒๐ ประเภท ๒ ข้อ ๓ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ รับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มาตรา ๑๓, ๘๙ จำคุกคนละ ๕ ปี ลดโทษจำเลยที่ ๑ หนึ่งในสามแล้วจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๔ เดือน ลดโทษจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่งแล้วจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี ๖ เดือน ของกลางริบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มาตรา ๖๒, ๑๐๖ จำคุกคนละ ๑ ปี ลดโทษจำเลยที่ ๑ หนึ่งในสาม แล้วจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๘ เดือน ลดโทษจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่งแล้วจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วฟังว่า จำเลยทั้งสองมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้เพื่อขาย เป็นความผิดตาม มาตรา ๑๓, ๘๙ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าแต่ที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ เป็นอีกกระทงหนึ่ง นั้น เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่ว่า จำเลยบังอาจสมคบร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์จำนวน ๑,๔๐๐ เม็ดไว้ในความครอบครองเพื่อขาย อันเป็นการขายตามกฎหมายนั้น เป็นการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว แม้คำขอท้ายฟ้องจะระบุมาตรา ๑๓ กับ ๖๒ อันเป็นความผิดฐานขายกับฐานมีไว้ในครอบครองมาทั้งสองมาตรา แต่เห็นได้ว่า เป็นเรื่องที่ให้ศาลลงโทษฐานขาย หากฟังไม่ได้ศาลจะได้ลงโทษฐานมีไว้ในครอบครองเท่านั้น เมื่อพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีไว้เพื่อขาย อันเป็นการขายตามมาตรา ๑๓, ๘๙ และ ศาลลงโทษจำเลยตามนั้นแล้ว ก็เป็นการลงโทษเต็มตามฟ้องของโจทก์แล้ว พิพากษาแก้ เป็นให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2523 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายสมศักดิ์ จันทร์สุด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นายสมศักดิ์ จันทร์สุด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายมนตรี ยอดปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฑคนาธร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 1220/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1294/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา