⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2008/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างระงับการจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพที่พนักงานมีสิทธิได้รับตามระเบียบปฏิบัติงาน ถือเป็นการละเมิดที่นายจ้างต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อตามระเบียบปฏิบัติงานของธนาคารจำเลยต้องจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่งให้พนักงานเมื่อออกจากงานไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ๆการที่รองผู้จัดการใหญ่ของจำเลยสั่งระงับการจ่ายเงินทุกประเภทที่โจทก์มีสิทธิได้รับเฉพาะคำสั่งที่ให้ระงับการจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่งจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายระหว่างผิดนัดคิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่มีคำสั่งจนถึงวันชำระเงินให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระดอกเบี้ย 60,391.04 บาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เคยเป็นพนักงานของจำเลยในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อสำนักงานใหญ่ ได้ลาออกจากงานเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2518 ระหว่างที่โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย จำเลยได้วางระเบียบปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสะสมเงินเป็นทุนเลี้ยงชีพและเงินบำเหน็จพิเศษสำหรับพนักงานของจำเลย (ตามเอกสารหมาย จ.4 ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 9313/2519ของศาลแพ่ง) ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับเงินตามระเบียบดังกล่าวด้วย วันที่ 30 ธันวาคม 2517 โจทก์มีหนังสือขอรับเงินทุนเลี้ยงชีพและเงินต่าง ๆ จากจำเลย วันที่ 7 มกราคม 2518 โจทก์มีหนังสือถึงประธานกรรมการธนาคารจำเลยยอมรับว่าโจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติงานที่จำเลยได้วางไว้ (ตามเอกสารหมาย จ.15 ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 9313/2519 ของศาลแพ่ง) วันที่21 เมษายน 2518 จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่งจำนวน 166,836.57 บาท ทุนเลี้ยงชีพประเภทสอง จำนวน 324,301.77 บาท และบำเหน็จพิเศษจำนวน 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 541,138.34 บาท แต่รองผู้จัดการใหญ่ของธนาคารจำเลยสั่งให้ระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน ตามเอกสารหมาย จ.1 ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2518 จำเลยฟ้องโจทก์ กล่าวหาว่าโจทก์ทำละเมิด ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติงานที่จำเลยวางไว้เป็นเหตุให้จำเลยเสียหายตามคดีหมายเลขแดงที่ 9313/2519 ของศาลแพ่ง ปรากฏว่าในวันที่ 16 กันยายน 2519 จำเลยจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพและบำเหน็จพิเศษ จำนวน 541,138.34 บาท ให้โจทก์ และวันที่ 10 พฤศจิกายน2519 ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ 9313/2519 โดยวินิจฉัยว่านายชื่นเมืองโจทก์ในคดีนี้มิได้ทำละเมิด คดีถึงที่สุด ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นดอกเบี้ยจากจำเลยได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ระเบียบปฏิบัติงานที่จำเลยวางไว้ ตามเอกสารหมาย จ.4 เกี่ยวกับเงินทุนเลี้ยงชีพ ระบุว่า เงินทุนเลี้ยงชีพ 2 ประเภท เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่งเป็นเงินที่หักไว้จากเงินเดือนของพนักงานจำเลยทุกเดือน เพื่อเป็นการสะสม จำเลยจะจ่ายให้แก่พนักงานเมื่อออกจากงานไม่ว่าพนักงานผู้นั้นจะออกจากงานด้วยเหตุใด ๆ ส่วนเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสองเป็นเงินที่จำเลยสมทบจ่ายให้พนักงานจำเลยเมื่อสิ้นปี เพื่อเป็นการสะสมเช่นกัน แต่เงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสองนี้มีเงื่อนไขว่าจำเลยจะไม่จ่ายให้พนักงานของจำเลยต้องออกจากงานเพราะกระทำการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยต้องเสียหาย และเกี่ยวกับบำเหน็จพิเศษ ระบุว่าเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้พนักงานเพื่อเป็นบำเหน็จในการทำงานนาน แต่มีเงื่อนไขว่าจะจ่ายให้พนักงานของจำเลยเมื่อออกจากงานโดยไม่มีความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า ตามระเบียบปฏิบัติงานดังกล่าวจำเลยต้องจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่งให้โจทก์โดยไม่มีเงื่อนไข ส่วนเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสองและบำเหน็จพิเศษจำเลยจะจ่ายให้ต่อเมื่อโจทก์ออกจากงานโดยมิได้กระทำการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยต้องเสียหายปรากฏว่าโจทก์มีหนังสือลงวันที่ 30 ธันวาคม 2517 ขอรับเงินทุนเลี้ยงชีพและเงินต่าง ๆ จากจำเลย การที่รองผู้จัดการใหญ่ของธนาคารสั่งระงับการจ่ายเงินทุกประเภทที่โจทก์มีสิทธิได้รับเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2518 ตามเอกสารหมาย จ.1 เฉพาะคำสั่งที่ให้ระงับการจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่งจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในระหว่างผิดนัดคิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่มีคำสั่ง จนถึงวันที่ 16 กันยายน 2519 อันเป็นวันที่จำเลยชำระเงินให้โจทก์ คิดดอกเบี้ยแล้วเป็นเงิน 20,877.42 บาท ส่วนคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสองและบำเหน็จพิเศษเป็นคำสั่งที่ชอบ เพราะโจทก์ยอมรับว่าได้ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติงานที่จำเลยวางไว้ จำเลยมีสิทธิที่จะใช้เวลาตรวจสอบก่อนออกจากงานโจทก์มีความผิด หรือได้กระทำการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยเสียหายหรือไม่ ซึ่งจำเลยก็ได้ฟ้องโจทก์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 9313/2519 กล่าวหาว่าโจทก์ทำละเมิด ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติงานเป็นเหตุให้จำเลยเสียหายทั้งจำเลยก็ได้ชำระเงินดังกล่าวให้โจทก์ก่อนที่ศาลแพ่งจะพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 9313/2519 คดีถึงที่สุด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในส่วนนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เฉพาะเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่ง เป็นเงิน 20,877.42 บาท ส่วนเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทสองและบำเหน็จพิเศษไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นสมควรให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2523 นายชื่นเมือง โกมารกุล ณ นคร โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชื่นเมือง โกมารกุล ณ นคร · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 4873/2528ฎีกา 7335/2538ฎีกา 6695/2548ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา