⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2361/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2523

ป.อาญา ม.352

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับเงินจากผู้รับโอนสิทธิการเช่าไว้ เป็นการรับเงินจากบุคคลภายนอกที่จำเลยมีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องชดใช้เงินแก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น มิใช่เป็นการรับมอบหมายหรือครอบครองเงินแทนโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติ และตกลงให้จำเลยจัดหาคนมารับโอนสิทธิการเช่าในราคา 150,000 บาท ถ้าจำเลยจัดหาคนรับโอนสิทธิการเช่าได้ราคาเกินกว่านั้น เงินส่วนที่เกินเป็นของจำเลย เมื่อจำเลยจัดหาผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้ในราคา 195,000 บาท แต่จำเลยส่งมอบเงินให้โจทก์เพียง 80,000 บาท ส่วนที่เหลือ 70,000 บาท จำเลยเอาไว้เป็นของตนเสีย การที่จำเลยโอนสิทธิการเช่าและรับเงินจากผู้รับโอนสิทธิการเช่าไว้ จึงเป็นการรับเงินจากบุคคลที่สาม ซึ่งจำเลยมีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องชดใช้เงินแก่โจทก์ 150,000 บาทเท่านั้น มิใช่จำเลยได้รับมอบหมายหรือครอบครองเงินดังกล่าวไว้แทนโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิการเช่าในอาคารพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติจำเลยได้ตกลงรับจัดหาคนมารับโอนโดยมีข้อตกลงว่า ถ้าจำเลยเรียกร้องค่าโอนได้มากกว่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท เงินส่วนที่เกินเป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยตกลงทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวให้ผู้มีชื่อในราคา ๑๙๕,๐๐๐ บาท จำเลยรับเงินมาแล้วนำมาให้โจทก์เพียง ๘๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอาไว้เสียเอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องและประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติ และตกลงให้จำเลยจัดหาคนมารับโอนสิทธิการเช่าในราคา ๑๕๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าจำเลยจัดหาคนรับโอนสิทธิการเช่าได้ราคาเกินกว่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท เงินส่วนที่เกินเป็นของจำเลย เมื่อจำเลยจัดหาผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้ในราคา ๑๙๕,๐๐๐ บาท แต่จำเลยส่งมอบเงินให้โจทก์เพียง ๘๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือ ๗๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้ยักยอกเอาไว้เป็นของตนเสียนั้น การที่จำเลยโอนสิทธิการเช่าและรับเงินจากผู้รับโอนสิทธิการเช่าไว้ จึงเป็นการรับเงินจากบุคคลที่สามซึ่งจำเลยมีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องชดใช้เงินให้แก่โจทก์ ๑๔๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น มิใช่จำเลยได้รับมอบหมาย หรือครอบครองเงินดังกล่าวไว้แทนผู้เสียหาย ทั้งปรากฏจากสัญญาโอนสิทธิการเช่านั้น ตามเอกสารหมาย จ.๑ ว่าจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าบ้านเลขที่ ๖๒/๖ ถนนประชาสงเคราะห์ พญาไท ในนามของจำเลย หาได้ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ไม่ เมื่อจำเลยรับเงินค่าโอนสิทธิการเช่าจากผู้รับโอนตามสัญญาโอนสิทธิการเช่าตามเอกสารหมาย จ.๑ จึงมิใช่เป็นการรับเงินแทนโจทก์แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2523 นางประภาศรี ชูชีพ โจทก์ นางฉะอ้อม พุทธสินธุ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประภาศรี ชูชีพ · ล. - นางฉะอ้อม พุทธสินธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายพีรพล จันทร์สว่าง · ศาลอุทธรณ์ - นายศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 2309/2558ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 617/2536ฎีกา 345/2516ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 1112/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 12811/2558ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15248-15249/2557ฎีกา 530/2534ฎีกา 355/2515ฎีกา 1803/2518ฎีกา 194/2539ฎีกา 1312/2544ฎีกา 22658/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา