คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติไม่สามารถอ้างสิทธิได้ตามกฎหมาย และผู้ครอบครองไม่มีอำนาจนำที่ดินนั้นไปให้บุคคลอื่นเช่าหรือฟ้องขับไล่บุคคลอื่นออกจากที่ดินดังกล่าว.
ย่อคำพิพากษา
ที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโจทก์ไม่มีสิทธิยึดถือหรือครอบครองที่ดินตาม มาตรา 14 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507และไม่มีอำนาจนำไปให้จำเลยเช่าโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่า 500 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 50 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้จำเลยให้การว่าที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โจทก์เบิกความรับว่าเป็นความจริง ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดถือครอบครองที่ดินตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และไม่มีอำนาจนำไปให้จำเลยเช่า โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมสามศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้1,300 บาท"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2523
จ่าสิบตรีทวนทอง แก้วใส โจทก์
นายหลี ทองจิตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - จ่าสิบตรีทวนทอง แก้วใส · จำเลย - นายหลี ทองจิตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา