⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2583/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการเลิกจ้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยคำนวณไปจนกว่าจะได้รับกลับเข้าทำงาน ซึ่งไม่อาจบังคับได้ ศาลจึงต้องกำหนดค่าเสียหายให้ตามที่เห็นสมควร

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์และสั่งไล่โจทก์ออกจากงานนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องจำเลยในลักษณะละเมิด มิได้ดำเนินการตามวิธีการที่บัญญัติไว้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และขณะที่เกิดกรณีอันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้ก็ยังไม่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ซึ่งมีมาตรา 49 ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานตามเดิมได้ โจทก์จึงสมควรได้แต่ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายโดยคำนวณเป็นรายเดือนไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิมซึ่งไม่อาจบังคับได้ ศาลจึงต้องกำหนดค่าเสียหายให้ตามที่เห็นสมควร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.124 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.125

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างขององค์การค้าของคุรุสภา และเป็นกรรมการสหภาพแรงงานองค์การของคุรุสภา องค์การค้าของคุรุสภาจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้โจทก์พักงานและไล่โจทก์ออกจากงาน โดยอ้างว่าโจทก์ทำผิดวินัยซึ่งไม่เป็นความจริง ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ทำผิดวินัยนั้นก็โดยอาศัยเหตุที่โจทก์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับในข้อหาว่ามีพฤติการณ์ ซึ่งเป็นภัยต่อสังคมตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฐานยุยง ปลุกปั่น ใช้หรือสนับสนุนให้ประชาชนก่อความวุ่นวายหรือก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ข้อหาดังกล่าวเป็นข้อหาตามคำสั่งของคณะปฏิรูปฯ ซึ่งมิได้มีการพิจารณาตัดสินโดยศาลสถตยุติธรรม การควบคุมตัวดังกล่าวมิใช่โทษทางอาญาอันจะถือว่าโจทก์ได้กระทำความผิดและต้องโทษทางอาญาซึ่งเป็นการผิดวินัยตามระเบียบคุรุสภา การที่โจทก์ไม่ได้ไปทำงานนั้นเป็นเพราะโจทก์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ตามคำสั่งดังกล่าว ซึ่งจำเลยก็ทราบแล้ว โจทก์มิได้จงใจขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่การงานแต่อย่างใด โจทก์ไม่ทราบว่าจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นจริงหรือไม่ เพราะโจทก์ไม่เคยถูกเรียกไปสอบปากคำ หากได้ตั้งขึ้นจริงก็ทำการสอบสวนลับหลังโจทก์ ไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ได้แก่ข้อกล่าวหา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบแบบแผนและความยุติธรรม โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภาแล้ว แต่ประธานกรรมการฯ ได้ยกอุทธรณ์ โจทก์ได้รับความเสียหายโดยต้องออจากการเป็นลูกจ้างขององค์การค้าของคุรุสภาขาดเงินเดือนรายได้ เหตุที่โจทก์ต้องถูกควบคุมตัวในข้อหาว่าเป็นภัยต่อสังคมและถูกไล่ออกจากงานก็เพราะโจทก์เคยร่วมเรียกร้องให้จัดตั้งสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภาตามกฎหมายแรงงาน และเคยร่วมเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของลูกจ้างองค์การค้าของคุรุสภาตามกฎหมายแรงงาน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จนได้นัดหยุดงานตามกฎหมาย จำเลยจึงหาเหตุกลั่นแกล้งโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งองค์การค้าของคุรุสภาพจำเลยเรื่องพักงานโจทก์และเรื่องไล่โจทก์ออกจากงาน ให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิม กับให้จำเลยชดใช้เงินเดือนตั้งแต่วันที่โจทก์ถูก พักงานจนกว่าจะรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิม จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับหนังสือจากตำรวจสันติบาลว่าได้จับกุมตัวโจทก์ในข้อหา ยุยง ปลุกปั่น ใช้ หรือสนับสนุนให้ประชาชนก่อความวุ่นวายหรือก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง จำเลยได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนทางวินัย คณะกรรมการสอบสวนเสนอให้พักงานโจทก์ แล้วต่อมาตำรวจสันติบาลแจ้งว่าได้ส่งตัวโจทก์ไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพแล้ว คณะกรรมการสอบสวนจึงมีความเห็นว่า โจทก์กระทำผิดวินัยเจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา ควรไล่โจทก์ออจากหน้าที่การงานตั้งแต่วันพักงานเป็นต้นไป จำเลยเห็นชอบด้วยจึงมีคำสั่งให้ไล่โจทก์ออจากหน้าที่การงานฐานผิดวินัย การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและการดำเนินการสอบสวนได้ปฏิบัติไปตามขั้นตอน และระเบียบแบบแผน จำเลยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ไม่เป็นการละเมิด โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยเห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนที่ให้พักงานโจทก์นั้น มีเหตุผลพอสมควรอยู่ เพราะโจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับได้ด้วยข้อหาร้ายแรง จะถือว่าจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์หาได้ไม่ แต่การที่จำเลยตั้งกรรมการขึ้นทำการสอบสวนโจทก์ทางวินัยระหว่างที่โจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับไปควบคุมตัวไว้ ทำการสอบสวนลับหลังโจทก์โดยไม่เปิดโอกาสให้โจทก์แก้ข้อกล่าวหา ดังนี้ย่อมต้องถือว่าเป็นการกระทำอันไม่ยุติธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน เพราะตามสัญญาข้อตกลงสภาพการจ้างงานข้อ ๑๖ มีความว่า "ข้อเรียกร้องของสมาคม (คือสมาคมลูกจ้างองค์การค้าของคุรุสภาซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา) ข้อ ๑๘ ในการพิจารณาความผิดสมาชิกของสมาคมองค์การค้าฯ ได้ให้สมาคมเสนอชื่อแต่งตั้งเจ้าหน้าที่องค์การค้าฯ ซึ่งเป็นผู้แทนสมาคมในตำแหน่งที่สูงกว่าผู้ถูกสอบสวน ๑ ชั้นมาร่วมดำเนินการสอบสวนและพิจารณาเสนอความเห็นในการลงโทษในกรณีที่ผู้ถูกสอบสวนเห็นว่ากรรมการที่แต่งตั้งนั้นจะไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้หรือมีผลได้ผลเสีย อาจขอให้แต่งตั้งกรรมการผู้สอบสวนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใหม่ก็ได้ ฯลฯ ข้อสัญญาดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นอยู่ในตัวแล้วว่าในกรณีที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย จะดำเนินการสอบสวนลับหลังโจทก์โดยตลอดตั้งแต่ค้นหาได้ไม่ แม้แต่กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งนับโจทก์ยังมีสิทธิที่จะขอให้เปลี่ยนตัวได้ เหตุไฉนจะไม่ให้โอกาสแก่โจทก์ในอันที่จะแก้ข้อหาบ้างเล่า การสอบสวนของคณะกรรมการที่จำเลยแต่งตั้งนั้นยังไม่เป็นการชอบด้วยข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์และสั่งไล่โจทก์ออกจากงานนั้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในลักษณะละเมิด มิได้ดำเนินการตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีมาตรา ๔๙ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานตามเดิมได้ โจทก์จึงสมควรได้แต่ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยคำนวณเป็นรายเดือนไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิม ซึ่งไม่อาจบังคับให้ได้ ศาลจึงต้องกำหนดค่าเสียหายให้ตามที่เห็นสมควร เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์แห่งคดีและความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้ ๑๕,๐๐๐ บาท พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งองค์การการค้าของคุรุสภาจำเลยเรื่องพักงานและเรื่องไล่โจทก์ออกจากงาน ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์หนึ่งหมื่นห้าพันบาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2523 นายสุวิทย์ ประยูรศักดิ์ โจทก์ นายกำธร สถิรกุลฯ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวิทย์ ประยูรศักดิ์ · ล. - นายกำธร สถิรกุลฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบรรจบ อุปพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 859/2527ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา