คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2602-2603/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นข้อเรียกร้องของลูกจ้างต่อนายจ้าง แม้จะกระทำในระหว่างที่ใช้ข้อบังคับเดิม ถือเป็นการยื่นข้อเรียกร้องตามกฎหมายแล้ว นายจ้างจึงต้องห้ามมิให้เลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุแห่งการยื่นข้อเรียกร้องนั้น
ย่อคำพิพากษา
การที่ลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทผู้เป็นนายจ้าง แม้จะยื่นในระหว่างที่ยังใช้ข้อบังคับเดิมที่ตกลงกัน ก็ถือได้ว่าได้มีการยื่นข้อเรียกร้องแล้ว บริษัทนายจ้างจึงต้องห้ามมิให้เลิกจ้างลูกจ้าง เพราะเหตุที่ยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 161 การเลิกจ้างจึงไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.121
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบคนซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีคำสั่งชี้ขาดว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ โดยเลิกจ้างโจทก์สำนวนที่ ๒ ทั้ง ๓ คน เพราะเหตุที่ลูกจ้างเหล่านั้นยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๒ ให้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงการจ้าง และมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายฯ คำชี้ขาดและคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์มิได้เลิกจ้างเพราะเหตุยื่นข้อเรียกร้อง แต่เลิกจ้างเพราะบุคคลเหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติงานให้โจทก์อย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ บุคคลทั้งสามมิได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ แต่ได้ร่วมกับบุคคลอื่นยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทอื่นซึ่งมิใช่โจทก์ ทั้งข้อเรียกร้องนั้นมิใช่ข้อเรียกร้องตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่ามีการยื่นข้อเรียกร้องอย่างไรก็ตาม ลูกจ้างทั้งสามได้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ (๕) โดยยุยงส่งเสริมชักชวนให้มีการฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งตกลงกันเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๐ และยังมีผลใช้บังคับอยู่ โจทก์จึงเลิกจ้างได้โดยไม่ถือว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม ฯลฯ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว
จำเลยทั้งสิบให้การว่า คำสั่งดังกล่าวชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
โจทก์สำนวนหลังฟ้องว่า คณะกรรมการแรงงการสัมพันธ์ได้มีคำสั่งให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสาม เพราะเหตุที่จำเลยกระทำการอันไม่เป็นธรรม เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเพราะเคยกระทำความผิดมาก่อน และทำงานไม่เป็นที่พอใจ มิได้เลิกจ้างเพราะยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย ทั้งข้อเรียกร้องของโจทก์มิใช่ข้อเรียกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องและไม่ถือว่าจำเลยเลิกจ้างเพราะโจทก์ยื่นข้อเรียกร้อง โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับความเสียหาย คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายไม่ชอบ และจำเลยมิได้ผิดนัด ไม่ต้องชำระดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีแรก ส่วนคดีหลังพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสามตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
โจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยในสำนวนหลังอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่ลูกจ้างทั้งสามยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทฯ ผู้เป็นนายจ้างนั้น แม้จะยื่นในระหว่างที่ยังใช้ข้อบังคับที่ตกลงกัน ก็ถือได้ว่าได้มีการยื่นข้อเรียกร้องแล้ว บริษัทฯ จึงต้องห้ามมิให้เลิกจ้างลูกจ้างทั้งสามนั้น เพราะเหตุที่ยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าว ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ การเลิกจ้างนั้นจึงไม่ชอบ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2602 - 2603/2523
บริษัทอาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์
นายปาน รวีวงศ์ กับพวก ล.
นายเสมียน คากล่อม กับพวก โจทก์
บริษัทอาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด · ล. - นายปาน รวีวงศ์ กับพวก · โจทก์ - นายเสมียน คากล่อม กับพวก · ล. - บริษัทอาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา