⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7501/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7501/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 121 ต้องเป็นการกระทำของนายจ้างที่มุ่งลดทอนความเข้มแข็งขององค์กรลูกจ้างอันเนื่องมาจากการที่ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานได้ใช้สิทธิตามกฎหมาย หรือขัดขวางการดำเนินการของสหภาพแรงงาน.

ย่อคำพิพากษา

การกระทำอันไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างกระทำการใดๆ ที่เป็นการลดทอนความเข้มแข็งขององค์กรลูกจ้างซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์เกี่ยวกับการจ้าง การจัดสวัสดิการและการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ว่าจะเลิกจ้างหรือกระทำการใดๆ อันเป็นผลให้ลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการสหภาพแรงงานหรือกรรมการสหพันธ์แรงงานไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวต้องมาจากเหตุที่ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานได้ดำเนินการตามมาตรา 121 (1) (2) หรือขัดขวางการเข้าหรือออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน ขัดขวางการดำเนินการของสหภาพแรงงาน หรือขัดขวางการใช้สิทธิ์ของลูกจ้างในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือแทรกแซงในการดำเนินการของสหภาพแรงงานโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 121 (3) (4) และ (5) การที่ลูกจ้างเคยร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานและยื่นฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานกลาง และการที่นายจ้างมีคำสั่งให้ลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขับรถประจำที่สถานประกอบการโดยไม่ต้องทำหน้าที่ขับรถรับส่งนักท่องเที่ยว ก็มิได้เนื่องมาจากเหตุที่ลูกจ้างกระทำการสืบเนื่องเกี่ยวข้องในฐานะส่วนหนึ่งของสมาชิกสหภาพแรงงาน นายจ้างจึงมิได้กระทำการใดๆ ต่อลูกจ้างเพื่อลดความเข้มแข็งขององค์กรลูกจ้างดังที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 แต่อย่างใด จึงมิใช่การกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 121 แห่งบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขอเพิกถอนคำสั่งที่ 146 - 147/2547 ฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 ของจำเลยทั้งเก้าในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยทั้งเก้าให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า การกระทำของโจทก์เป็นการใช้อำนาจในการบริหารจัดการ ภายในองค์กรประกอบกับคำสั่งของโจทก์ได้สั่งหลังจากนายสมคิดและนายพิริยกร ฟ้องเรียกค่าทำงานล่วงเวลาย้อนหลัง 2 ปี จากโจทก์ ซึ่งถือว่ามีเหตุผลที่รับฟังได้ หากเป็นจริงตามข้อวินิจฉัยของจำเลยทั้งเก้าโจทก์น่าจะไม่มอบหมายงานให้นายสมคิดและนายพิริยกร ทำทันทีที่บุคคลทั้งสองเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าว ข้อวินิจฉัยของจำเลยทั้งเก้าจึงไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 146 - 147/2547 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 ของจำเลยทั้งเก้าในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยทั้งเก้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างกระทำการใดๆ ที่เป็นการลดทอนความเข้มแข็งขององค์กรลูกจ้างซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหาและคุ้มครองประโยชน์เกี่ยวกับการจ้าง การจัดสวัสดิการและการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ว่าจะเลิกจ้างหรือกระทำการใดๆ อันเป็นผลให้ลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการสหภาพแรงงาน หรือกรรมการสหพันธ์แรงงาน ไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวต้องมาจากเหตุที่ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานได้ดำเนินการตามมาตรา 121 (1) (2) หรือขัดขวางการเข้าหรือออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน ขัดขวางการดำเนินการของสหภาพแรงงาน หรือขัดขวางการใช้สิทธิของลูกจ้างในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานหรือแทรกแซงในการดำเนินการของสหภาพแรงงานโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 121 (3) (4) และ (5) ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางปรากฏว่า แม้นายสมคิดกับนายพิริยกรจะเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานพนักงานขนส่งและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานในสถานประกอบการของโจทก์ แต่การที่นายสมคิดกับนายพิริยกรเคยร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานและยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลางอันเป็นการเรียกร้องสิทธิส่วนบุคคลเฉพาะตนของลูกจ้าง และการที่โจทก์มีคำสั่งให้นายสมคิดกับนายพิริยกรประจำที่สถานประกอบการโดยไม่ต้องทำหน้าที่ขับรถรับส่งนักท่องเที่ยว ก็มิได้เนื่องมาจากเหตุที่บุคคลทั้งสองกระทำการสืบเนื่องเกี่ยวข้องในฐานะส่วนหนึ่งของสมาชิกสหภาพแรงงาน นายจ้างจึงมิได้กระทำการใดๆ ต่อบุคคลทั้งสองเพื่อลดทอนความเข้มแข็งขององค์กรลูกจ้างดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 แต่อย่างใด การที่โจทก์ให้นายสมคิดกับนายพิริยกรประจำที่สถานประกอบการดังกล่าว จึงมิใช่การกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 121 แห่งบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ 146 - 147/2547 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 จึงชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยทั้งเก้าฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7501/2554 บริษัทเฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด โจทก์ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ โดยนายอัมพร นีละโยธิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด · จำเลย - คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์โดยนายอัมพร นีละโยธิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ดิเรก อิงคนินันท์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประเวศ อัศวรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.723/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3943/2557ฎีกา 2431/2530ฎีกา 2157/2543ฎีกา 3330/2522ฎีกา 3383/2536ฎีกา 144/2544ฎีกา 2675/2524ฎีกา 2832-2833/2545ฎีกา 993/2546ฎีกา 3491/2525ฎีกา 8706/2543ฎีกา 681/2532ฎีกา 571/2531ฎีกา 663/2534ฎีกา 1353-1368/2542ฎีกา 1600/2526ฎีกา 3808/2547ฎีกา 171/2526ฎีกา 3109/2525ฎีกา 5596/2534ฎีกา 1695/2544ฎีกา 2501/2523ฎีกา 3985-3987/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา