⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2784/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2784/2523

พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ม.43 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถือว่าผู้ร้องมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลและชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศมาเลเซีย เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้ผู้ร้องอยู่ในประเทศไทยชั่วคราวมีกำหนดหนึ่งเดือน พ้นกำหนดหนึ่งเดือนผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลโดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทย ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ร้องมีความจำเป็นจะต้องใช้สิทธิทางศาล ชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 43ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.43

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าบิดามารดาผู้ร้องเป็นคนเชื้อชาติไทยและสัญชาติไทยผู้ร้องเกิดในประเทศไทย ต่อมาบิดาผู้ร้องส่งผู้ร้องไปศึกษาที่ประเทศมาเลเซียแล้วไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษโดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศมาเลเซียวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2520 ผู้ร้องเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศมาเลเซีย ด่านตรวจคนเข้าเมืองให้จำเลยอยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2520 เนื่องจากผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทยจึงขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 มาตรา 43 ผู้คัดค้าน คัดค้านว่าไม่มีผู้ใดโต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจที่จะใช้สิทธิทางศาลต้องร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองเสียก่อน ผู้ร้องไม่ใช่คนสัญชาติไทย และไม่ได้เกิดในประเทศไทย หากผู้ร้องเป็นคนไทยก็เจตนาสละสัญชาติไทยแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้อ้างตนว่าเป็นคนไทย จึงไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเสนอคดีต่อศาล พิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอได้ตามนายศุภณรงค์แล้ว และในวันเดียวกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ให้ความยินยอมในการสละมรดกของผู้เยาว์ทั้งสาม (จำเลยที่ 2) ได้ ซึ่งจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมได้ทำหนังสือสละมรดกของนายศุภณรงค์ต่อนายอำเภอเมืองสมุทรสงครามตามคำสั่งอนุญาตของศาลชั้นต้นแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อจำเลยสละมรดกของนายศุภณรงค์แล้ว จำเลยก็ไม่อยู่ในฐานะทายาทโดยธรรม หากจะดำเนินคดีต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้กองมรดกย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายได้ แม้จำเลยทั้งสองจะสละมรดกของผู้ตายแล้วก็ตาม พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้กองมรดกจะมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นทายาท เมื่อบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกหรือไม่ พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1734 บัญญัติว่า เจ้าหนี้กองมรดกชอบแต่จะได้รับการชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกเท่านั้น และมาตรา 1737 บัญญัติว่าเจ้าหนี้กองมรดกจะบังคับสิทธิเรียกร้องต่อทายาทคนใดก็ได้ แต่ถ้ามีผู้จัดการมรดก ให้เจ้าหนี้เรียกเข้ามาในคดีด้วย ดังนี้ เห็นว่าคดีนี้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้กองมรดกฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นทายาทร่วมกันนำเงินและทรัพย์สินในกองมรดกมาชำระหนี้แก่โจทก์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าหนี้กองมรดกฟ้องบังคับสิทธิเรียกร้องต่อทายาท เพื่อให้ได้รับการชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกเท่านั้น ฉะนั้น โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลย ซึ่งเป็นทายาทได้ตามที่กฎหมายดังกล่าวให้อำนาจไว้ แม้จะปรากฏว่าจำเลยสละมรดกเสียในระหว่างพิจารณาก็ตาม ทั้งนี้เพราะโจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยต้องรับผิดเป็นส่วนตัวหากแต่ฟ้องในฐานะเป็นทายาทและก็เพื่อให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินในกองมรดกดังกล่าวแล้วเท่านั้นจึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาต่อไปตามรูปคดีศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2784/2523 นายจวน เสี้ยววงศ์ หรือเลียวเฮงจวน ผู้ร้อง พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายจวน เสี้ยววงศ์ หรือเลียวเฮงจวน · ผู้คัดค้าน - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา