⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2821/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2821/2523

ป.อาญา ม.90 · ป.วิ.อาญา ม.28 · ป.วิ.แพ่ง ม.173

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาซ้ำในความผิดเดียวกันที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดต่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทการที่พนักงานอัยการประจำศาลแขวงฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้วพนักงานอัยการจังหวัดมาฟ้องในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คอีก โจทก์ทั้งสองคดีต่างเป็นพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(5)28 จึงเป็นพนักงานอัยการโจทก์ด้วยกันเมื่อมาฟ้องคดีนี้ขณะที่คดีก่อนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173(1) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 3 จำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา เห็นว่าการออกเช็คโดยหลอกลวงว่าใช้รับเงินได้ ความจริงรับเงินไม่ได้เพราะเงินในบัญชีมีไม่พอจ่ายและธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คตามที่ถูกกล่าวหานั้น แม้จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ด้วย ก็เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท คำฟ้องทั้งสองคดีดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นเรื่องเดียวกันและพนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุพรรณบุรีโจทก์ในคดีก่อน และพนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์คดีนี้ต่างเป็นพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(5),28 จึงเป็นพนักงานอัยการโจทก์ด้วยกัน เหตุนี้การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ขณะที่คดีก่อนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173(1) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2821/2523 อัยการสุพรรณบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายป้าน สุวรรณฤทธิ์ โจทก์ นายกิมเอี๋ยว หรือไพศาล แซ่ลี้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสุพรรณบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายป้าน สุวรรณฤทธิ์ · จำเลย - นายกิมเอี๋ยว หรือไพศาล แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ชุบ วีระเวคิน · บรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1089/2559ฎีกา 8080/2538ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 7281/2537ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1666/2521ฎีกา 16867/2557ฎีกา 960/2559ฎีกา 6344/2540ฎีกา 893/2563ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 15230/2555ฎีกา 45/2484ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1386/2521ฎีกา 2982/2562
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา