⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2930/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2930/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. บันทึกรายงานประจำวันที่มีข้อความเป็นการตกลงระงับพิพาทและลงลายมือชื่อคู่กรณีไว้ ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ 2. การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิด แม้ผู้กระทำจะอ้างว่าเป็นการกระทำที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ถูกละเมิดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีซึ่งมีข้อความเป็นการตกลงระงับพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยในเรื่องการสร้างรั้วรุกล้ำ และได้ลงลายมือชื่อโจทก์จำเลยไว้เป็นหลักฐานด้วย ถือได้ว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850,851 การที่จำเลยก่อสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์และขนเศษอิฐเศษปูนที่นำไปทิ้งในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลย จะอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นประโยชน์แก่โจทก์ทำให้เกิด ความสวยงามและที่ดินของโจทก์ราคาสูงขึ้นไม่ได้เพราะประเด็น สำคัญอยู่ที่ว่าการ กระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิในที่ดินของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วพิพาทให้พ้นแนวเขตที่ดินของโจทก์ และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 60,000 บาท กับเดือนละ 5,250 บาท ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ลดค่าเสียหายลงเป็น 10,000 บาท และเดือนละ 800 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีหมาย จ.5 ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าบันทึกนั้นเป็นการตกลงระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยในเรื่องการสร้างรั้วรุกล้ำโดยกำหนดวิธีการให้ช่างรังวัดจากกรมที่ดินไปทำการรังวัดสอบเขต หากปรากฏว่ารุกล้ำจริง จำเลยก็ยอมรื้อถอนรั้วคอนกรีตออกไป และสร้างรั้วสังกะสีให้โจทก์ดังเดิมภายในไม่เกิน 15 วัน และได้ลงลายมือชื่อโจทก์จำเลยไว้เป็นหลักฐานในบันทึกนั้น ถือได้ว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 851 ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญานั้นได้" ฯลฯ "ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่เสียหาย เพราะรั้วที่จำเลยสร้างใหม่เป็นกำแพงอิฐบล็อกคอนกรีต ย่อมสวยงามกว่าเดิมและทำให้ที่ดินของโจทก์มีราคาสูงขึ้นนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าจำเลยสร้างกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์ จำเลยไม่ได้สร้างรั้วกำแพงตามแนวเขตที่ดินของโจทก์จำเลย ข้ออ้างของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่าเศษอิฐเศษปูนที่นำไปไว้ในที่ดินของโจทก์ก็เป็นประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์นั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิในที่ดินของโจทก์ และโจทก์ไม่เคยยอมให้จำเลยกระทำเช่นนั้น ฉะนั้นจำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2930/2523 นายศิริพงษ์ สุวีพัฒนานนท์ กับพวก โจทก์ นายวรินทร์ เตชะเชวงกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศิริพงษ์ สุวีพัฒนานนท์ กับพวก · จำเลย - นายวรินทร์ เตชะเชวงกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา