⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3083/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3083/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หญิงมีสามีฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับสินสมรส ต้องได้รับความยินยอมจากสามีเป็นหนังสือ หากหนังสือยินยอมไม่ถูกต้อง ศาลต้องสั่งให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวให้บริบูรณ์ภายในกำหนดเวลา

ย่อคำพิพากษา

หญิงมีสามีฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งเป็นสินสมรสต้องฟ้องร่วมกับสามีหรือได้รับความยินยอมของสามี ศาลชั้นต้นมิได้สั่งให้แก้ไขเรื่องความสามารถ แต่พิพากษายกฟ้อง โดยว่าไม่มีหลักฐานความยินยอมของสามีเป็นหนังสือศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยส่งหนังสือยินยอมของสามีมาด้วย จำเลยแก้ฎีกาว่าหนังสือให้ความยินยอมดังกล่าวจะถูกต้องหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง ดังนี้ต้องให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเสียก่อนว่าหนังสือยินยอมของสามีโจทก์ให้ฟ้องคดีถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้องก็ถือว่าโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถในการฟ้องคดีบริบูรณ์แล้ว ถ้าไม่ถูกต้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องนั้นเสียให้บริบูรณ์ภายในกำหนดเวลาอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะสั่ง แล้วดำเนินการต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1477

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสามี พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า รถยนต์พิพาทเป็นสินสมรส ไม่ใช่สินส่วนตัวของโจทก์ ดังนั้นการฟ้องคดีซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับสินสมรส โจทก์จึงต้อฟ้องร่วมกับสามี หรือได้รับความยินยอมจากสามี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ตรวจชำระใหม่มาตรา 1476, 1477 หากทำไปโดยลำพังฝ่ายเดียวก็ถือว่ามีการบกพร่องในเรื่องความสามารถ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 กรณีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีแล้ว แต่ปรากฏจากการพิจารณาในศาลชั้นต้นก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าความยินยอมดังกล่าวไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคแรก ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถเสียให้บริบูรณ์ตามมาตรา 56 วรรคสองก่อน แต่ศาลชั้นต้นไม่ปฏิบัติกลับดำเนินคดีต่อไปจนเสร็จสำนวน แล้วพิพากษายกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ซึ่งไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์อุทธรณ์ยืนยันว่าโจทก์ไม่จำเป็นต้องรับความยินยอมจากสามี จึงเป็นกรณีที่ไม่อาจสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถให้บริบูรณ์ตามมาตรา 56 วรรคสอง ต้องพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เพราะศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถเสียให้บริบูรณ์ก่อน ถ้าศาลชั้นต้นสั่งแล้วโจทก์ไม่ยอมแก้ไขและยืนยันเช่นนั้น รูปคดีก็มีเหตุสมควรที่จะยกฟ้องดังที่ศาลอุทธรณ์อ้างได้ กรณีนี้ในชั้นฎีกา โจทก์ซึ่งเป็นหญิงมีสามีได้ส่งหนังสือยินยอมของสามีให้โจทก์ฟ้องคดีมาพร้อมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะประเด็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ จำเลยแก้ฎีกาว่าหนังสือให้ความยินยอมดังกล่าวจะถูกต้องหรือไม่จำเลยไม่รับรอง เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนว่าหนังสือยินยอมของสามีโจทก์ให้ฟ้องคดีถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้องก็ถือว่าโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถในการฟ้องคดีบริบูรณ์แล้วถ้าไม่ถูกต้องให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องนั้นเสียให้บริบูรณ์ภายในกำหนดเวลาอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะสั่ง แล้วดำเนินการต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นจัดการในเรื่องความสามารถในการฟ้องคดีของโจทก์ตามที่กล่าวมา แล้วพิพากษาคดีใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3083/2523 นางเซาะเอง แซ่โง้ว โจทก์ นายเชิด ศรีโหร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเซาะเอง แซ่โง้ว · จำเลย - นายเชิด ศรีโหร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 288/2506ฎีกา 534/2509ฎีกา 632/2493ฎีกา 4300/2543ฎีกา 2395/2538ฎีกา 2302/2518ฎีกา 1241/2491ฎีกา 3293/2530ฎีกา 643/2494ฎีกา 380/2496ฎีกา 1190/2495ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4217/2565ฎีกา 7255/2539ฎีกา 6038/2534ฎีกา 2159/2556ฎีกา 782/2516ฎีกา 2394/2533ฎีกา 478/2501ฎีกา 193/2524ฎีกา 812/2547ฎีกา 7455/2547ฎีกา 6695/2540ฎีกา 377/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา