⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 41/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินที่มิใช่ป่าสงวนแห่งชาติ ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ที่เข้าครอบครองภายหลัง และผู้ครอบครองมีอำนาจฟ้องผู้ที่เข้าแย่งการครอบครองได้

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นป่า แต่ไม่ปราฏข้อเท็จจริงว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โจทก์ย่อมเข้ายึดถือครอบครองได้ ส่วนจะได้กรรมสิทธิหรือมีสิทธิเพียงใดนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์ แต่ในระหว่างราษฎรด้วยกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นซึ่งเข้าครอบครองภายหลัง การที่จำเลยเข้าแย่งการครอบครองอันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน ๑ แปลง ตั้งอยู่ในหมู่ที่ ๑๒ ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ได้มาโดยโจทก์เข้าครอบครองบุกเบิกที่รกร้างว่างเปล่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ทำไร่และปลูกกล้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๙ บุกรุกเข้าไปครอบครองทำไร่ในที่ดินของโจทก์ โดยเจตนายึดเอาที่ดินของโจทก์ทั้งหมด เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยทุกคนออกจากที่ดินของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไป ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ ๓ ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน ที่ดินนี้เดิมจำเลยที่ ๒ ครอบครองอยู่ จำเลยที่ ๓ ซื้อมาจากจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ ให้การว่า โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นหญิงมีสามีไม่ได้รับความยินยอมจากสามี ไม่มีสิทธิฟ้อง ที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่เป็นที่ดินของจำเลยเอง โดยซื้อจากบุคคลภายนอก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๙ ออกจากที่ดินแปลงพิพาท จำเลยที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๘ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ที่ ๕ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่มาสู่ศาลฎีกาคงมีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ซึ่งจำเลยที่ ๓ ที่ ๕ ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นป่าตามมติคณะรัฐมนตรีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเห็นว่า จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นป่าแต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ฉะนั้น โจทก์ย่อมเข้าไปยึดถือครอบครองได้ ส่วนจะได้กรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเพียงใดนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์ แต่ในระหว่างราษฎรด้วยกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นซึ่งเข้าครอบครองภายหลัง การที่จำเลยที่ ๓ ที่ ๕ กับพวกเข้าแย่งการครอบครองอันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2523 นายอุดม อัศวอิทธิวัฒนา กับพวก โจทก์ นายกวัก หรือฤทธิ์ โอภาส หรือ จันทโข กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม อัศวอิทธิวัฒนา กับพวก · ล. - นายกวัก หรือฤทธิ์ โอภาส หรือ จันทโข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายอาทร สินธารา · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลอง จันทรัฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา