⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 471/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยตรง การแต่งตั้งโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายย่อมไม่ทำให้บุคคลนั้นมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 มาตรา 24 มิได้บัญญัติให้อำนาจนายอำเภอแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่แต่อย่างใด การที่นายอำเภอมีคำสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานสำรวจสำหรับเขตหมู่บ้าน และแต่งตั้งให้มีเจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ในหมู่บ้านที่ตนปกครองรับผิดชอบ คำสั่งดังกล่าวจึงไม่มีผลให้จำเลยเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ แม้ต่อมาจำเลยได้จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่จากราษฎร แล้วเบียดบังเอาเงินดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริตจำเลยก็ไม่มีหลักฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 พระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อพ.ศ.๒๕๑๙ นายอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.๒๕๐๘ แต่งตั้งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองหมู่บ้านกระชาย หมู่ที่ ๑๔ ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ในหมู่ที่จำเลยปกครองดังกล่าว ตามประกาศรายชื่อผู้ที่จะต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่ในปี พ.ศ.๒๕๑๙ ต่อมาจำเลยได้จัดการเก็บภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี พ.ศ.๒๕๑๙ ตามที่ได้รับมอบหมายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๐๐.๗๓ บาท จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จะต้องจัดการรักษาเงินและนำเงินจำนวนดังกล่าวส่งนายอำเภอศีขรภูมิแต่จำเลยกลับเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริต เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และทางราชการกระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, ๓๕๒, ๓๕๓ และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๒๐๐.๗๓ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ให้จำคุก ๕ ปี และให้จำเลยคืนเงิน ๒๐๐.๗๓ บาทแก่ทางราชการ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๔ ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอศีขรภูมิมิได้มีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๙ (๒) ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานสำรวจสำหรับเขตหมู่บ้าน (เอกสารหมาย จ.๓) และได้มีคำสั่งอาศัยพระราชบัญญัติเดียวกัน มาตรา ๒๔ แต่งตั้งให้ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นหัวหน้าปกครองหมู่บ้านจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ในหมู่บ้านตนปกครองที่รับผิดชอบตามประกาศรายชื่อผู้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๗-๒๕๒๐ โดยกำหนดให้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเป็นที่นัดชำระภาษีบำรุงท้องที่ (เอกสารหมาย จ.๔) ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.๒๕๐๘ ที่นายอำเภอศีขรภูมิอาศัยเป็นอำนาจออกคำสั่งนั้น บัญญัติว่า "ให้เจ้าของที่ดินซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินเป็นรายแปลงตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด" (วรรค ๑) "ในกรณีที่ที่ดินอยู่นอกเขตเทศบาล เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรจะกำหนดให้เจ้าพนักงานสำรวจทำการสำรวจแล้วยื่นแบบแสดงรายการที่ดินแทนเจ้าของที่ดินเป็นรายแปลงที่ทำการสำรวจก็ได้" (วรรค ๒) หาได้มีข้อความให้อำนาจนายอำเภอแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ไม่ คำสั่งของนายอำเภอดังกล่าวจึงไม่มีผลให้จำเลยเป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ ผิดกับคำสั่งที่อาศัยอำนาจตามมาตรา ๙ (๒) ซึ่งโจทก์อ้าง ส่วนมาตรา ๓๔ ก็เป็นเรื่องให้อำนาจนายอำเภอกำหนดสถานที่อื่นนอกจากที่ว่าการอำเภอเป็นที่ชำระภาษี ที่โจทก์อ้างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ ข้อ ๑๘ ว่าจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ฟังคำสั่งของทางราชการ เมื่อนายอำเภอศีขรภูมิ สั่งให้จำเลยมีหน้าที่จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่และเก็บรักษาเงินไว้แล้วส่งอำเภอ จำเลยต้องปฏิเสธมานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าบทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้ผู้ใหญ่บ้านปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ แต่เมื่อคำสั่งของนายอำเภอศีขรภูมิได้มีผลให้จำเลยเป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ดังได้วินิจฉัยมาแล้ว แม้จำเลยจะปฏิบัติตามก็ไม่ทำให้จำเลยเป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีขึ้นมาได้ เพราะผู้สั่งไม่มีอำนาจสั่งเช่นนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ไม่มีความผิดฐานเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องไม่อาจลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓ ได้ โจทก์มิได้ฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2523 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นายประพันธ์ ห่อทอง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · ล. - นายประพันธ์ ห่อทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายปกรณ์ บุญญกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1503/2536ฎีกา 374/2534ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1491/2537ฎีกา 605/2511ฎีกา 3313/2524ฎีกา 3793/2530ฎีกา 898/2525ฎีกา 702/2532ฎีกา 8362/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 4000/2528ฎีกา 6114/2560ฎีกา 3596/2525ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 845/2550ฎีกา 1461/2522ฎีกา 602/2502ฎีกา 778/2506ฎีกา 496/2506ฎีกา 13624/2555ฎีกา 1293/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา