⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 215/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พนักงานของรัฐนำเงินที่ตนมีหน้าที่รักษาไว้ไปให้ผู้อื่นยืมใช้ ถือเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นโดยมีเจตนาทุจริตตั้งแต่เวลาที่ให้ยืม การใช้เงินคืนในภายหลังเป็นเพียงเหตุบรรเทาโทษ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหน้าที่รับเงินรายได้ต่างๆ ของการรถไฟฯ ได้รับเงินรายได้ไว้จำนวนหนึ่ง แล้วไม่นำส่งตามกำหนดเวลาที่มีระเบียบวางไว้โดยได้ให้ อ. ยืมเงินจำนวนนี้ไป ต่อมา อ. หนีไปจำเลยจึงรับใช้เงินดังกล่าวให้จนครบ ดังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยนำเงินที่จำเลยมีหน้าที่รักษาไว้ไปให้ผู้อื่นยืมใช้ก่อนถือได้ว่าเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นโดยมีเจตนาทุจริตตั้งแต่เวลาที่จำเลยให้ผู้อื่นยืมไป การใช้เงินคืนในภายหลังเพียงเป็นเหตุบรรเทาโทษเท่านั้นและเมื่อพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 18 บัญญัติให้พนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จะปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 โดยเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหน้าที่รับเงินรายได้ของการรถไฟฯ จากเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่นำเงินมาส่งมอบ จำเลยได้รับมอบเงินรายได้จากเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ รวมเป็นเงิน 20,211.90 บาท แล้วไม่นำส่งมอบตามหน้าที่ที่จำเลยจะต้องกระทำ กลับเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไว้เป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 352 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาพ.ศ. 2502 มาตรา 3 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502มาตรา 4 จำคุกจำเลย 6 ปี ลดรับสารภาพชั้นสอบสวนให้ 1 ใน 3คงจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกระทำผิดแต่มีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาแก้เป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมายังไม่เข้าเกณฑ์กฎหมายที่จะถือว่าเป็นการกระทำโดยทุจริตไม่เป็นความผิดนั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงมาว่า จำเลยเป็นพนักงานของการรถไฟฯ มีหน้าที่รับเงินรายได้ต่าง ๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยตามวันเวลาเกิดเหตุได้รับเงินรายได้ไว้ 20,211.90 บาท แล้วไม่นำส่งเงินจำนวนนี้ตามกำหนดเวลาที่มีระเบียบวางไว้ โดยจำเลยได้ให้นายอุดมศักดิ์ ยืมไป เมื่อนายอุดมศักดิ์ หนีงานไปพร้อมด้วยเงินที่ต้องรับผิดชอบอีกจำนวนหนึ่ง จำเลยจึงรับใช้เงินทั้งสองจำนวนนี้ให้แก่การรถไฟฯ จนครบ ดังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยนำเงินซึ่งจำเลยมีหน้าที่รักษาไว้ไปให้ผู้อื่นยืมใช้ก่อน ถือได้ว่าเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปเป็นประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น โดยมีเจตนาทุจริตตั้งแต่เวลาที่จำเลยให้ผู้อื่นยืมไปการใช้เงินคืนในภายหลังเพียงเป็นเหตุบรรเทาโทษเท่านั้น ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่จำเลยเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 มาตรา 18 บัญญัติให้พนักงานของการรถไฟฯ เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา ดังนั้น จึงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 จะปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาหาได้ไม่ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 ส่วนกำหนดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2518 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายจรุง เนียมลอย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายจรุง เนียมลอย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 3081/2527ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 628/2493ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1790/2521ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 5806/2534ฎีกา 45/2484ฎีกา 3620/2566ฎีกา 1189/2537ฎีกา 12054/2555ฎีกา 2104/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา