⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 480/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2523

ป.วิ.แพ่ง ม.292

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นโอนไปยังผู้จะซื้อทันที การที่ผู้จะขายตกลงจะขายอสังหาริมทรัพย์ให้ผู้จะซื้อ และได้รับเงินไปบางส่วนแล้ว ไม่ถือเป็นเหตุให้งดการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านของโจทก์ ระหว่างบังคับคดีโจทก์ตกลงจะขายบ้านพิพาทให้จำเลย และได้รับเงินค่าบ้านไปบางส่วนดังนี้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นแต่เพียงสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทยังคงเป็นของโจทก์อยู่ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ตกลงยินยอมให้จำเลยอยู่ในบ้านพิพาทต่อไปเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล โจทก์ก็มีสิทธิขอให้ศาลบังคับคดีต่อไปได้ ถ้าจำเลยเห็นว่าโจทก์ผิดสัญญา ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอากับโจทก์เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก หาถือเป็นเหตุให้งดบังคับคดีไว้ได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ตกลงขายบ้านพิพาทให้จำเลยโดยจำเลยชำระค่าบ้านบางส่วน หนี้ตามคำพิพากษาจึงเป็นอันระงับเพราะโจทก์จำเลยผูกพันตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำกันใหม่ โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับคดีตามหนี้เดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยออกจากบ้านพิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทของโจทก์พร้อมกับชดใช้ค่าเสียหาย คดีถึงที่สุด จำเลยได้ทราบคำบังคับของศาลแล้ว ระหว่างบังคับคดีโจทก์ได้ตกลงจะขายบ้านพิพาทให้แก่จำเลยและได้รับเงินค่าบ้านไปแล้วบางส่วน แต่เนื่องจากเงินค่าบ้านจำนวนหนึ่งตามที่จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายให้แก่โจทก์ขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้บังคับคดีโดยให้จำเลยออกจากบ้านพิพาทต่อไป ปัญหามีว่า การที่โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพิพาทโดยโจทก์ได้รับเงินค่าบ้านบางส่วนจากจำเลยแล้วจะเป็นเหตุให้งดการบังคับคดีตามที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้คดีจะฟังได้ว่า ในระหว่างการบังคับคดีโจทก์ได้ตกลงขายบ้านพิพาทให้แก่จำเลย และได้รับเงินค่าบ้านไปบางส่วนแล้วก็ตาม แต่ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวก็เป็นแต่เพียงสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทที่ขายยังคงเป็นของโจทก์อยู่ ทั้งคดีไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ตกลงยินยอมให้จำเลยอยู่อาศัยในบ้านพิพาทนั้นต่อไป ฉะนั้นเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ศาลบังคับคดีตามคำพิพากษาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ได้ ถ้าจำเลยเห็นว่าโจทก์ผิดสัญญาจะซื้อขายบ้านพิพาท ก็ชอบที่จำเลยจะว่ากล่าวเอากับโจทก์เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก หาถือเป็นเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2144/2518 คดีระหว่างบริษัทกรรณสูต จำกัด โจทก์ นายมานะ คำมูลนา กับพวก จำเลย ส่วนคำพิพากษาฎีกาที่ 19/2504 ที่จำเลยยกขึ้นอ้างเทียบเคียงไว้ในฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2523 นางทองใบ จึงชูศรี โจทก์ นางสาวสุวรรณี เขมอนันต์ชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองใบ จึงชูศรี · จำเลย - นางสาวสุวรรณี เขมอนันต์ชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 2280/2559ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 1634/2532ฎีกา 2747/2534ฎีกา 6360/2534ฎีกา 2207/2533ฎีกา 2018/2533ฎีกา 574/2524ฎีกา 3489/2534ฎีกา 1718/2493ฎีกา 417/2504ฎีกา 6611/2538ฎีกา 3227/2540ฎีกา 643/2566ฎีกา 3670/2534ฎีกา 1484/2513ฎีกา 5024/2538ฎีกา 6807/2540ฎีกา 1253/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา