⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 502/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีอาญาแทนโจทก์มีฐานะเป็นคู่ความและมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ในฟ้อง เรียงหรือแต่งคำฟ้อง และลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียงฟ้องได้ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ได้มอบหมายให้ผู้ใดเป็นตัวแทนโจทก์ในการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้นั้นมีฐานะเป็นคู่ความในคดีในนามของโจทก์ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายที่จะลงชื่อเป็นโจทก์ในฟ้อง เรียงหรือแต่งคำฟ้อง และลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียงฟ้องได้ หาเป็นการขัดต่อ พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 36 ไม่ ผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนโจทก์ลงชื่อเป็นผู้เรียงมาในฟ้องฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7) จะยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุนี้หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้รับมอบอำนาจเรียงฟ้องได้ พิพากษาลงโทษจำเลยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นทนายความไม่มีอำนาจเรียงฟ้องแทนโจทก์ การที่ลงชื่อเป็นผู้ร้องฟ้อง ถือได้ว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีซึ่งโจทก์ยื่นมาท้ายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายสุรยุทธ โคตระวีระ ฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่องก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดทำให้เสียทรัพย์ ให้รวมถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาอื่น ๆ ทั้งในศาลและนอกศาล ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฯลฯ เห็นได้ว่าโจทก์ได้มอบหมายให้นายสุรยุทธเป็นตัวแทนของโจทก์ในการดำเนินคดีนี้เองแก่จำเลยทั้งสี่ นายสุรยุทธจึงมีฐานะเป็นคู่ความในคดีนี้ในนามของโจทก์ ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายที่จะลงชื่อเป็นโจทก์ในฟ้องเรียงหรือแต่งคำฟ้องและลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียงฟ้องได้ หาเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508มาตรา 36 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ เมื่อนายสุรยุทธผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนโจทก์ ลงชื่อเป็นผู้เรียงฟ้องมาในฟ้องแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7)จะยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุนี้หาได้ไม่ คดีจำต้องวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้ออื่น ๆตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ต่อไป ซึ่งศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยชี้ขาดมา พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้ออื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2523 นายเทียนชัย โลหะนุช โจทก์ นายเซ็งตี้ แซ่หวม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทียนชัย โลหะนุช · จำเลย - นายเซ็งตี้ แซ่หวม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 1170/2505ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา