คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจเห็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผ่าฝืนกฎหมาย แต่กลับไม่จับกุมและช่วยพาไปเสียจากที่ควบคุม ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ยังไม่เป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ร่วมกับพวกช่วยพาคนต่างด้าวสัญชาติลาวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร โดยผ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2493 ไปเสียจากที่ควบคุมเพื่อมิให้ต้องถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศลาวตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยจำเลยกับพวกนำรถยนต์มารับคนลาวดังกล่าวไป จำเลยเห็นแต่ละเลยไม่จับกุมดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 58 แต่ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดทางอาญาทั่วไป จำเลยได้ร่วมกับพวกช่วยเหลือคนต่างด้าวสัญชาติลาวซึ่งหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งทางราชการจัดให้พักอาศัยอยู่ที่ศูนย์รับผู้อพยพจังหวัดหนองคายเพื่อรอส่งตัวกลับ ให้หนีไปจากศูนย์ผู้อพยพดังกล่าวเพื่อไปอยู่ท้องที่อื่น จำเลยรู้เห็นการกระทำความผิดดังกล่าวแต่ไม่จับกุมผู้กระทำผิดไปดำเนินคดีขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๕๘ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖ และ ๑๕๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๕๘ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๐ จำคุก ๒ เดือน และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ จำคุก ๑ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหานี้ นอกจากนี้แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายบุญเลียงและครอบครัวซึ่งเป็นคนสัญชาติลาวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๔๙๓ และได้ถูกส่งไปกักตัวอยู่ที่ศูนย์รับผู้อพยพจังหวัดหนองคายเพื่อรอการส่งกลับประเทศลาวหรือประเทศที่ ๓ ตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง ต่อมานายเลียงกับครอบครัวได้หลบหนีออกจากศูนย์ผู้อพยพดังกล่าว ขณะไฟฟ้าในศูนย์ดับหมดโดยจำเลยซึ่งเป็นพนักงานตำรวจได้ร่วมกับนายบุญชัยซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษไปแล้วนำรถยนต์มารับตัวไป ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยกับนายบุญชัยร่วมกันช่วยเหลือตั้งแต่ต้นเพื่อให้ความสะดวกแก่นายบุญเลืองกับพวกหลบหนีออกจากศูนย์รับผู้อพยพ แม้จำเลยในฐานะเจ้าพนักงานมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด เห็นนายบุญเลียงกับพวกหลบหนีออกจากศูนย์ไปซึ่งหน้า แต่ละเลยไม่ทำการจับกุม กรณีเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2523
พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์
สิบตำรวจเอกจิรวัฒน์ ระเบียบ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · ล. - สิบตำรวจเอกจิรวัฒน์ ระเบียบ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหนองคาย - นายณรงค์ ไชยวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา