⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 711/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยซึ่งเป็นเพียงผู้ขับขี่รถบรรทุกสินค้าที่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ของโจทก์ร่วม จะมีความผิดฐานเบียดบังทรัพย์หรือยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์ไปโดยทุจริตตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐฯ ไม่ได้ เว้นแต่ฟ้องจะบรรยายให้เห็นถึงการกระทำโดยเจตนาทุจริตนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นคนขับรถขององค์การ ร.ส.พ. โจทก์ร่วมซึ่งรับบรรทุกสินค้าผ่านแดน ไม่มีหน้าที่รักษาทรัพย์เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจนับสินค้าในรถแล้วใช้ลวดมัดประตูตู้ทึบประทับตราเมื่อรถออกเดินทางก็ควบคุมไปด้วยถือว่าสินค้าเหล่านี้อยู่ในความดูแลรักษาของเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ของโจทก์ร่วมผู้ควบคุมรถหาใช่จำเลยไม่เมื่อไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยเบียดบังทรัพย์หรือยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริตจะขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ. 2502 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(11) ลดโทษตามมาตรา 78จำคุกจำเลยที่ 1 4 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 ที่ 3 คนละ 5 ปี 3 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาต่อไปมีว่า จะลงโทษจำเลยที่ 1ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 11 ตามฎีกาของโจทก์ร่วมได้หรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและรับผิดชอบของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย แต่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วนงานของรัฐ มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษ" ตามข้อเท็จจริงในคดี จำเลยที่ 1 เป็นเพียงคนขับรถบรรทุกเมล็ดกาแฟ ไม่มีหน้าที่รักษาทรัพย์ เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ตรวจนับกระสอบที่บรรจุเมล็ดกาแฟในรถบรรทุกทั้ง 5 คัน แล้วใช้ลวดมัดประตูตู้ทึบประทับตรา เมื่อรถออกเดินทางมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรควบคุมไปด้วย เพราะเป็นสินค้าผ่านแดน ถือว่าสินค้าเหล่านี้อยู่ในความดูแลรักษาของเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ของโจทก์ร่วมผู้ควบคุมรถ หาใช่จำเลยที่ 1 ไม่อนึ่งความผิดตามมาตรา 4 เป็นเรื่องเบียดบังทรัพย์ หาใช่เรื่องลักทรัพย์ไม่ โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เบียดบังทรัพย์ หรือยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต โจทก์ร่วมจะขอให้ศาลลงโทษจำเลยที่ 1 นอกฟ้องไม่ได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2523 อัยการอุดรธานี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ โจทก์ นายอุดม แสนสติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการอุดรธานี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ · จำเลย - นายอุดม แสนสติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา