⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 846/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งจ้างวานให้ผู้อื่นกระทำการอันเป็นการละเมิดต่อทรัพย์สินของผู้อื่น ถือว่าผู้จ้างวานเป็นผู้กระทำละเมิด ส่วนผู้ถูกจ้างวานหากไม่มีส่วนรู้เห็นในการละเมิดนั้น หาต้องรับผิดด้วยไม่

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 จ้างวานให้จำเลยอื่นเข้าทำนาในที่พิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ถือว่าเป็นการบุกรุก จึงเป็น การละเมิดต่อโจทก์แต่จำเลยอื่นที่ไม่มีส่วนรู้เห็นในการบุกรุกด้วย หาจำต้องรับผิดด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 มีสิทธิครอบครองร่วมกับนางสีภริยา พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่พิพาทตามแผนที่ประมาณท้ายฟ้องหมายเลข 3 เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้องที่โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองแล้ว การที่จำเลยที่ 1 จ้างวานให้จำเลยอื่นเข้าทำนาในที่พิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ จึงถือว่าเป็นการบุกรุกต่อโจทก์เมื่อโจทก์ไม่ได้เข้าทำนาพิพาทโจทก์ย่อมได้รับความเสียหาย แต่การนำสืบถึงค่าเสียหายที่ไม่ได้ทำนาพิพาทโจทก์เพียงประมาณเอาว่าจะได้ข้าวเปลือกประมาณ 4 เกวียน ขัดกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1 ซึ่งทำนาอยู่โดยจำเลยที่ 1 ว่าทำนาในปี พ.ศ. 2518 ได้ข้าวเพียง 1 เกวียนเศษ การนำสืบถึงค่าเสียหายของโจทก์จึงไม่ได้ความแน่นอน ศาลเห็นสมควรให้โจทก์ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายในปี พ.ศ. 2518 กึ่งหนึ่งจากที่เรียกร้องคือเป็นเงิน 3,000บาท จากจำเลยที่ 1 ส่วนในปี พ.ศ. 2519 และในปีต่อ ๆ มาตามคำเบิกความของโจทก์ว่า โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองทำนาในที่ดินแปลงนี้ทั้งหมดแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ได้อีก สำหรับจำเลยที่ 2ถึงที่ 6 เพียงแต่ได้ความว่าจำเลยที่ 1 จ้างวานให้เข้าปักดำทำนาพิพาท ไม่มีส่วนรู้เห็นในการบุกรุกที่พิพาทกับจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์มีสิทธิครอบครอง ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 3,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ห้ามจำเลยที่ 1 กับบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยที่ 1 ถอนหลักที่ปักไว้ในที่พิพาทและทำกันมาในที่พิพาทให้คืนสู่สภาพเดิม และให้จำเลยที่ 1ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,000 บาทแทนโจทก์ทั้งสองด้วย นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ค่าทนายความชั้นฎีกาสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2523 นายคำ บรรเทิงใจ กับพวก โจทก์ นายจุล สีสันงาม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคำ บรรเทิงใจ กับพวก · จำเลย - นายจุล สีสันงาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา