คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2523
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นผู้รับเครื่องเพชรไปแต่ปฏิเสธว่าผู้อื่นเป็นคนเอาไป แสดงว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้เสียหายเป็นของตนโดยทุจริต มีความผิดฐานยักยอก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับแหวนเพชรจากผู้เสียหายไป 2 ครั้งแล้ว จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาแหวนเพชรไปเป็นของตนเสีย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 91 และให้จำเลยคืนแหวนเพชรแก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้รับเครื่องเพชรไปจากผู้เสียหาย มิใช่จำเลยพานางนราพรไปติดต่อรับเครื่องเพชรจากผู้เสียหาย การที่จำเลยเป็นผู้รับเครื่องเพชรไป แต่ปฏิเสธว่าผู้อื่นเป็นคนเอาไป แสดงว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปเป็นของตนโดยทุจริต มีความผิดฐานยักยอกตามฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2523
พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
นางจำเนียร วิโรจน์ชีวัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นางจำเนียร วิโรจน์ชีวัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา